ตามที่ได้รับแจ้งข่าวจากเว็บไซต์ mgronline.com ว่าพบปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีบริเวณหาดแม่รำพึง จ.ระยอง เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ซึ่งน้ำทะเลในแอ่งน้ำบริเวณชายหาดมีสีเขียวและแดงตลอดแนวชายหาด นั้น
วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยฝั่งตะวันออก ได้ลงพื้นที่สำรวจและเก็บตัวอย่างน้ำทะเล ๓ สถานี (แม่รำพึง ๑-๓) เบื้องต้นพบว่าน้ำทะเลมีตะกอนสีน้ำตาลตลอดแนวหาด เป็นระยะทาง ๙ กม. โดยเฉพาะบริเวณสถานีแม่รำพึง ๑ (ก้นอ่าว) มีสีเข้ม แต่ไม่มีกลิ่นเหม็น ส่วนบริเวณชายหาดพบแอ่งน้ำมีคราบสีน้ำตาล เขียว และแดง และมีกลิ่นเหม็น จากการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้น พบว่าอยู่เกณฑ์มาตรฐสนคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่ ๔ เพื่อการนันทนาการ ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ จากการจำแนกชนิดแพลงด์ตอนพืช ทราบว่าเกิดจากการสะพรั่งของไซยาโนแบคทีเรียชนิด Trichodesmium erythraeum ซึ่งแพลงก์ตอนพืชชนิดนี้ไม่สร้างสารชีวพิษ และเป็นชนิดหนึ่งที่มักเป็นสาเหตุให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก น้ำทะเลที่เป็นสีชมพู เกิดจากเซลล์ที่ตายหรือเริ่มตาย มีการปล่อยสารสี phycoerythrin ออกมาจากเซลล์ จึงทำให้น้ำบริเวณนั้นมีสีชมพูเด่นชัด แต่ในน้ำทะเลและขอบดินตะกอนที่พบเซลล์ Trichodesmium จากภาพใต้กล้องที่ยังมองเห็นเป็นสีเขียวอมแดงนั้น เพราะเซลล์ยังมีสภาพปกติอยู่ จึงมีคลอโรฟิลล์ เอ อยู่ในเซลล์ แต่สัดส่วนของ phycoerythrin ที่ละลายในน้ำนั้นมีมากจนทำให้มองเห็นน้ำทะเลเป็นสีชมพูแทนที่จะเป็นสีเขียว หรือสรุปง่ายๆ คือ เซลล์ Trichodesmium กำลังตายเป็นจำนวนมาก จึงปล่อยสารสี phycoerythrin ออกจากเซลล์มากตาม ซึ่งสารสีนี้มีปริมาณที่มากพอจนทำให้มองเห็นน้ำทะเลเป็นสีชมพู