วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๒ กรม ทช. โดยอธิบดีจตุพร บุรุษพัฒน์ นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านสุขภาพและแนวทางการดำเนินการสำหรับการฟื้นฟูพะยูน (ยามีล) และวาฬหัวทุยแคระ (โฮป) โดยมีนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยนายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ภูเก็ต) นายวัชรินทร์ ถิ่นถลาง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ ๙ และรองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลอดจนคณะเจ้าหน้าที่ในสังกัด ทช. ร่วมให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก อ.เมือง จ.ภูเก็ต
สำหรับลูกพะยูน “ยามีล” อายุประมาณ ๓ เดือน ถูกพบหลังพลัดจากแม่มาเกยตื้น บริเวณบ้านบ่อม่วง ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ในสภาพอ่อนแรงและมีรอยแผลฉกรรจ์ตามร่างกายกว่าร้อยละ ๕๐ จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ทำให้ไม่สามารถส่งไปอนุบาลในพื้นที่เปิด ทั้งนี้ตลอดระยะเวลากว่า ๑ เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ดูแลทั้งด้านโภชนาการด้วยการให้นม อาหารเสริม และหญ้าทะเลในปริมาณที่เหมาะสม รวมทั้งมีการรักษาบาดแผลและตรวจวัดสุขภาพ โดยปัจจุบันพบว่าสุขภาพทั่วไปแข็งแรงขึ้น ความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในระดับปกติ รอยด่างขาวบนร่างกายซึ่งเกิดจากภาวะความเครียดลดลง การขับถ่ายและการหายใจปกติ สามารถว่ายน้ำได้ดี ส่วนลูกวาฬหัวทุยแคระ “โฮป” เจ้าหน้าที่ได้เข้าให้การช่วยเหลือเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๒ หลังได้รับแจ้งพบวาฬหัวทุย ๒ ตัว มาเกยตื้นบริเวณชายหาดบ้านในไร่ ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา จึงเข้าให้ความช่วยเหลือ แต่เมื่อไปถึงพบว่าเสียชีวิตไปแล้ว ๑ ตัว ส่วนอีกตัวคือ “โฮป” คาดว่าเป็นลูกของตัวที่เสียชีวิต เป็นวาฬเพศผู้ความยาว ๑๑๐ ซ.ม. หนัก ๑๕ กก. จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายมาอนุบาลที่ ศวทม.ภูเก็ต จากระยะเวลาสิบกว่าวันที่ได้ทำการอนุบาล เบื้องต้นพบว่า “โฮป” อยู่ในสภาพร่างกายที่อ่อนแรงมาก ความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในระดับที่ถือว่าผอมกว่าปกติ พบรอยแผลถลอกที่เกิดจากการเกยตื้นหลายแห่งบริเวณส่วนหัวและลำตัว ไม่พบการอุจจาระ แต่ยังสามารถปัสสาวะได้ตามปกติ ซึ่งแนวทางการรักษาที่วางไว้ในเบื้องต้น คือ การให้นมทดแทนในปริมาณความเข้มข้นร้อยละ ๒๕ พร้อมทั้งให้วิตามินและอาหารเสริมพลังงาน รวมทั้งมีการให้ยารักษาตามอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป