ตามที่กรม ทช. โดยอธิบดีโสภณ ทองดี นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบตามข้อร้องเรียนผ่านสื่อออนไลน์ เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาว่า มีการประกาศขายที่ดินพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณคลองบางโปรง ริมถนนบางแสน-อ่างศิลา ท้องที่ ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี เนื้อที่ ๒๐ ไร่ ๒ งาน ราคา ๔๖๐ ล้านบาท โดยคาดว่าจะเป็นพื้นที่บุกรุกป่าชายเลน อีกทั้ง พื้นที่ดังกล่าวมีการถมดินทับลำรางสาธารณะ ปิดทางน้ำไหลเข้า-ออก ทำให้พรรณไม้ป่าชายเลนยืนต้นตาย ส่งผลต่อระบบนิเวศป่าชายเลนเป็นอย่างมาก นั้น
.....อธิบดีโสภณ ทองดี ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรม ทช. ลงตรวจสอบพื้นที่ทันที เพื่อสร้างความกระจ่างให้แก่สาธารณชน โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าพื้นที่อยู่ในเขตป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๓ นอกจากนี้ ได้ตรวจสอบการถือครองที่ดินเบื้องต้นจากเว็ปไซต์กรมที่ดิน ทราบว่าที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่เอกชน มีเอกสารสิทธิทุกแปลง ต่อมาได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ ๒ (ชลบุรี) ซึ่งเป็นหน่วยงานกรม ทช. ในพื้นที่ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและขอสารบบที่ดินจากสำนักงานที่ดิน จ.ชลบุรี
.....ผลการตรวจสอบ กรม ทช. ขอรายงานให้พี่น้องประชาชนได้ทราบว่า เดิมพื้นที่ดังกล่าวมีโฉนดที่ดินเลขที่ ๗๘๘๑ ต.บ้านปึก อ.ปลาสร้อย จ.ชลบุรี เนื้อที่ ๒๘ ไร่ ๗๐ ตารางวา ออกให้เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๖๙ โดยปัจจุบันได้แบ่งแยกออกเป็น ๕ แปลง พร้อมออกโฉนดเลขที่ ๒๒๒๐๐๖, ๒๒๒๐๐๗, ๒๒๒๐๐๘, ๒๒๒๐๐๙ และ ๒๒๒๐๑๐ ท้องที่ ต.บ้านปึก อ.เมือง จ.ชลบุรี // สำหรับพื้นที่ใกล้เคียงที่พบพรรณไม้ป่าชายเลนยืนต้นตาย เนื้อที่ประมาณ ๗๐ ไร่ ซึ่งคาดว่าเกิดมาจากการถมดินทับลำรางสาธารณะ ปิดทางน้ำไหลเข้า-ออก เป็นพื้นที่เอกชนมีโฉนดที่ดินเลขที่ ๕๖๔๐ ออกให้เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ร.ศ.๑๒๖ อยู่ในท้องที่ ต.บ้านปึก อ.เมือง จ.ชลบุรี เนื้อที่ ๒๓๐ ไร่ ๒ งาน ๙๕ ตารางวา
.....เรื่องนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ ๒ (ชลบุรี) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยด่วน และรายงานให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทราบเป็นลำดับ ซึ่งกรม ทช. จะได้รายงานให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทราบต่อไป
.....ทั้งนี้ จากผลการตรวจสอบพื้นที่และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่ในประเด็นดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลใจ ความสับสนและเพื่อความชัดเจนจากผลการตรวจสอบ จึงขอเรียนให้ทราบว่า บัดนี้สนง.ที่ดินจังหวัดชลบุรีแจ้งว่าพื้นที่ตามประเด็นการร้องเรียนที่มีการประกาศขาย ผู้ครอบครองมีเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินตามกฎหมาย โดยเป็นเอกสารสิทธิ์ที่ออกก่อนประกาศพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๓ จึงถือว่าการตรวจสอบตามภาระกิจอำนาจหน้าที่ของกรม ทช. ได้ดำเนินการครบถ้วนถูกต้องอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างการรับรู้ของประชาชนแล้ว ส่วนในเรื่องเอกสารสิทธิ์นั้น เป็นขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกรมที่ดินเป็นผู้รับผิดชอบ ทางกรม ทช. ยืนยันว่ามิได้ เป็นผู้รับรองความถูกต้อง ตลอดจนการได้มาของเอกสารสิทธิ์แต่อย่างใด พร้อมทั้งให้เน้นการประชาสัมพันธ์ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนร่วมกับเครือข่ายอนุรักษ์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันดูแลรักษาฟื้นฟูให้ทรัพยากรป่าชายเลนคงความสมบูรณ์ และรักษาสมดุลระบบนิเวศสร้างประโยชน์ให้ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป