DMCR NEWS

เจออีก 12 ไร่เศษ งาบเขาใหญ่ ของ "รมช.ศึกษา"

  • 21 ม.ค. 2563
  • 272
เจออีก 12 ไร่เศษ งาบเขาใหญ่ ของ "รมช.ศึกษา"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
21 ม.ค. 2563 05:20 น.

          กอ.รมน.สนธิกำลังกรมอุทยานฯ เข้าตรวจสอบที่ดิน รมช.ศึกษาธิการ พบรุกป่าเขาใหญ่อีกแปลงพื้นที่กว่า 12 ไร่ สั่งเร่งพิสูจน์โฉนดที่ดิน 2 พ่อลูก “สุนทร-กนกวรรณ” ทั้งแปลงที่ออกปี 36 และปี 45 ได้มาถูกต้องหรือไม่ ก่อนส่งให้ศาลสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิแปลงใหญ่ทั้งหมด
          แฉขบวนการ “10 ชัก 1” มีเจ้าหน้าที่รัฐทั้งอดีตและปัจจุบันร่วมกับนักการเมืองออกโฉนดที่ดินใส่ปี พ.ศ.ย้อนหลังได้ รับผลตอบแทน 1 ใน 10 ของราคาที่ดิน ปลัด ทส.จี้กรมที่ดินเร่งชี้แจงออกเอกสารสิทธิบนที่อุทยานฯได้อย่างไร ด้าน “วีระ สมความคิด” บุก บก.ปทส. จี้คดี “ปารีณา” รุกป่าผ่านไป 2 สัปดาห์เพิ่งตั้งคณะทำงานเสร็จ หวั่นปล่อยให้ยืดยาวจะเสียรูปคดี
          กรณีเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.และชุดปฏิบัติการพิเศษพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติฯ แจ้งความดำเนินคดีนายสุนทร วิลาวัลย์ นักการเมืองคนดัง จ.ปราจีนบุรี และ น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ลูกสาวของนายสุนทร ในข้อหารุกป่ามรดกโลกเขาใหญ่ พื้นที่หมู่ 14 ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี ใกล้อ่างเก็บน้ำคลองไม้ปล้อง ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองยืนยันว่าไม่ได้บุกรุกป่าและมีโฉนดที่ดินที่ได้มาอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบว่ามีการบุกรุกเข้าไปในพื้นที่อุทยานฯเขาใหญ่อีก 6 จุด พื้นที่รวมกว่า 11 ไร่ และอยู่ระหว่างตรวจสอบโฉนดที่ดินอีก 2 แปลง แปลงละ 10 กว่าไร่ ออกโฉนดเมื่อปี 2545 ทับที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานฯเขาใหญ่ที่ ขญ.12 (เนินหอม) ทับเส้นทางขึ้นเขาใหญ่ และทับด่านเก็บเงินเข้าอุทยานฯ ที่ตั้งของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
          ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 20 ม.ค. นายวิทยา หงส์เวียงจันทร์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) กรมอุทยานแห่งชาติฯ เผยว่า กรมอุทยานฯกำลังพิสูจน์เอกสารหลักฐานหรือโฉนดที่ดินของนายสุนทร และ น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ ว่าได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ มีคณะกรรมการพิสูจน์เอกสารหลักฐาน ทั้งหลักหมุด ภาพถ่ายดาวเทียม เมื่อพิสูจน์แล้วจะส่งให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิถ้าได้มาอย่างไม่ถูกต้อง ทั้งแปลงออกเอกสารในปี 2536 และในปี 2545 ถือว่าต้องเพิกถอนแปลงใหญ่ทั้งหมดเพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการออกเอกสารสิทธิในปีดังกล่าวในเมื่อมีการตั้งอุทยานฯเขาใหญ่ในปี 2505 ส่วนการดำเนินคดีบุกรุกกว่า 11 ไร่ ก็ทำควบคู่กันไป ยืนยันว่าจะใช้เวลาไม่นาน คดีนี้นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งการให้ดำเนินการอย่างจริงจังและให้ยืนยันความถูกต้องออกมาให้ได้
          นายวิทยากล่าวต่อไปว่า กระบวนการออกเอกสารสิทธิที่ดินบริเวณอุทยานฯเขาใหญ่ มีขบวนการเจ้าหน้าที่รัฐและอดีตเจ้าหน้าที่รัฐไปร่วมมือกับนักการเมืองออกโฉนด เช่น อยากออกโฉนดวันนี้สามารถใส่ปี พ.ศ.ย้อนหลังได้ หรือจุดธูปให้เจ้าหน้าที่รังวัดฟื้นขึ้นมาเซ็นชื่อในโฉนดที่ดินได้เลย ทำเป็นที่ดินมีการเปลี่ยนมือ 4-5 มือ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีขบวนการ “10 ชัก 1” เช่น สามารถออกโฉนดที่ดินได้ 40 ไร่ คนที่ออกจะได้ผลตอบแทน 1 ไร่ต่อ 10 ไร่ สมมติ 10 ไร่ ขายได้ 10 ล้าน คนที่ออกโฉนดจะได้ผลตอบแทนทันที 1 ล้านบาท ขายได้ 40 ไร่จะได้ทันที 4 ล้านบาท อย่างกรณีที่เกิดขึ้นมีอดีตเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯรายหนึ่งลาออกจากราชการไปอยู่กับนักการเมืองแล้วอาศัยช่องว่างระหว่างถนนกับแนวเขตอุทยานฯ ไปออกโฉนดตั้งแต่ด่านปราจีนบุรีไปจนถึง อ.ประจันตคาม ลืมคิดไปว่าช่องว่างดังกล่าวเป็นป่าสงวนบ้าง ที่ดิน 2484 บ้าง ดังนั้นที่ดินที่ออกโฉนดโดยมิชอบสุดท้ายแล้วต้องโดนยึดกลับมาเป็นของรัฐทั้งหมด
          นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นหลักๆต้องไปถามหน่วยงานต้นเรื่องคือกรมที่ดิน ว่าออกเอกสารสิทธิบนพื้นที่อุทยานฯเขาใหญ่ได้อย่างไร มีที่มาที่ไปหลักฐานอะไร สำหรับการจับรถแบ็กโฮที่ไถที่ดินเข้ามาในพื้นที่อุทยานฯก็ว่ากันไปตามหลักฐานแผนที่ ภาพถ่ายดาวเทียม ความจริงแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมของกรมอุทยานและกรมป่าไม้ถือเป็นแผนที่ที่ชัดเจนที่สุดแล้ว ยืนยันว่าใครก็ตามที่บุกรุกพื้นที่หลวง ทส.ไม่ยอมอยู่แล้ว สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบให้ทราบทุกวัน
          ด้านนายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯกล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะอุทยานฯเขาใหญ่ประกาศเมื่อปี 2505 กรมที่ดินต้องออกมาชี้แจงว่า โฉนดที่ดินที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นของใครก็ตามออกมาได้อย่างไร และกรมอุทยานฯต้องประกาศทันทีว่าผู้ใดมีโฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิใดๆก็ตามที่อยู่ในเขตอุทยานฯเขาใหญ่จะต้องนำมาตรวจสอบด่วน อีกทั้งกรมที่ดินต้องออกมาเปิดเผยด้วยว่า ได้ออกเอกสารสิทธิที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ให้ใครบ้าง จำนวนกี่แปลง อย่างไร

          ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศูนย์การประสานการปฏิบัติ (ศปป.) ที่ 4 กอ.รมน. นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานฯเขาใหญ่ นายพงษ์เทพ เจริญเลิศศรัทธา นายช่างรังวัดอาวุโส สำนักงานที่ดินจังหวัดปราจีนบุรี สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี ตามโฉนดเลขที่ 14578 ชื่อผู้ครอบครองคือนางกนกวรรณ ศรีจันทร์งาม หรือ น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ กำลังดำเนินการรวมแปลงบนเนื้อที่ 15-2-44.3 ไร่ ใช้รถแบ็กโฮเข้าไปแผ้วถางปรับพื้นที่เขามีความลาดชันสูง ลดหลั่นเป็นชั้น และมีป่าไม้เบญจพรรณ
          พบเสาหลักปูนสีเทาแดงที่เจ้าของนำมาปักเพื่อแสดงแนวที่ให้รถแบ็กโฮทำงาน ผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องเสาแนวเขตดังกล่าว นายพงษ์เทพ นายช่างรังวัดอาวุโสกล่าวว่า แนวเขตที่ถูกต้องคือแนวเขตหลักหมุดที่ดิน แต่เสาหลักที่พบ เจ้าของที่ปักตามแนวเขตโฉนด พ.อ.พงษ์เพชรจึงให้เจ้าหน้าที่วัดพิกัดดาวเทียมจากแนวเขตโฉนดพบว่า มีการรุกล้ำเข้าไปในเขตอุทยานฯเขาใหญ่เนื้อที่ 12-1-92 ไร่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี ให้ดำเนินคดีเจ้าของที่ดินตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562 มาตรา 19 ฐานความผิดบุกรุก แผ้วถาง ปรับพื้นที่ให้ผิดไปจากสภาพเดิม
          ส่วนที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เมื่อเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เข้าพบ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปทส. เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้แจ้งความเอาผิด น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ รุกล้ำพื้นที่ป่าไม้-ป่าสงวนฯกว่า 46 ไร่ ใกล้แม่น้ำภาชี และครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.โดยมิชอบกว่า 683 ไร่ จากการปลูกสร้างโรงเรือนทำฟาร์มไก่เขาสนฟาร์ม ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่มีพื้นที่ทั้งหมด 1,700 ไร่ ภายหลังมีคำสั่งให้ บก.ปทส.เป็นผู้รับผิดชอบในคดีนี้
          นายวีระกล่าวว่า ได้นัดสอบถามความคืบหน้าของคดีกับ พล.ต.ต.วิวัฒน์ หลังจากเมื่อวันที่ 17 ม.ค. ทราบว่า บก.ปทส.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนคดี น.ส.ปารีณา บุกรุกป่าแต่เพียงผู้เดียว ส่วนกรณีนายทวี ไกรคุปต์ บิดา น.ส.ปารีณา ที่บุกรุกป่าของชาวบ้านในพื้นที่ ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้แจ้งความกับ สภ.สวนผึ้ง ท้องที่เกิดเหตุรับดำเนินการ มี บก.ปทส.คอยให้ความช่วยเหลือ แต่ระหว่างสำนวนถูกส่งมาส่วนกลางทำให้คดีหยุดชะงัก ตนไม่สบายใจต้องการสอบถามและดูรายชื่อคณะพนักงานสอบสวนคดีของ น.ส.ปารีณาว่ามีใครบ้าง เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งตั้งให้ บก.ปทส.รับผิดชอบดูแลคดีนี้ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. ถึงตอนนี้ผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วเพิ่งจะตั้งคณะทำงานเสร็จ หากเทียบกับคดีชาวบ้านรุกป่าสงวนฯนับว่าล่าช้า เพราะตนร้องเรียนมาตั้งแต่ปลายปี 2561 ข้อกฎหมายระบุความผิดไว้ชัดเจน และ น.ส.ปารีณาเคยยืนยันมาตลอดว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของตัวเองและถือครองก่อนจะเป็นที่ดิน ส.ป.ก. นอกจากนี้ น.ส.ปารีณายังอ้างว่าถือครองที่ดิน ภ.ท.บ.5 ทั้งที่ความจริงเป็นไปไม่ได้เพราะที่ดินผืนนั้นเป็นป่าสงวนฯ กฎหมายระบุว่าที่ดิน ภ.ท.บ.5 ต้องเป็นป่าหมดสภาพที่ให้ประชาชนเข้าไปใช้ทำมาหากินและเสียภาษี ตนมองว่าหากคดียืดยาวกว่านี้จะเสียรูปคดี เพราะยังมีความผิดฐานอื่นนอกจากคดีอาญาด้วย ต้องไปสอบถามรายละเอียดของคดีจากกองกำกับการ 5 บก.ปทส.เพิ่มเติมอีกครั้ง
          ด้าน พล.ต.ต.วิวัฒน์กล่าวว่า บก.ปทส. เสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอทำคดี น.ส.ปารีณา ตั้งแต่แรก โดยได้ตั้งคณะทำงานรวม 10 นาย การทำงานจะช้าเร็วขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานหลักฐานแต่เชื่อว่าไม่นาน สำนวนคดีของ น.ส.ปารีณาที่รับมาจาก สภ.จอมบึง อยู่ระหว่างดำเนินการอย่างเร็วที่สุด คดีนี้หากเทียบกับของชาวบ้านนับว่ามีความซับซ้อน หากคดีใดต้องการพยานหลักฐานให้รัดกุมมากต้องใช้เวลาพอสมควร

ข้อมูล/ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง