จากกรณีพบปลิงทะเลเกยหาดบางกะไชย อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี เป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยฝั่งตะวันออก เข้าพื้นที่สำรวจเมื่อเวลา ๑๖.๐๐ น. เป็นระยะทาง ๓๐๐ เมตร เบื้องต้น พบปลิงทรายหนามชนิด Holothuria (Theelothuria) kurti ๑ ตัว ไม่พบสัตว์น้ำอื่นๆ ตาย โดยปลิงส่วนใหญ่สามารถกลับลงไปในน้ำได้ในช่วงน้ำขึ้นในช่วงเย็น เบื้องต้นไม่แนะนำให้สัมผัสตัวปลิง ทั้งนี้ยังพบปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีบริเวณจุดเกิดเหตุ จากนั้น ได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไป ๓ สถานี พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งประเภทที่ ๔ เพื่อการนันทนาการ (กรมควบคุมมลพิษ, ๒๕๖๐) ยกเว้นค่าออกซิเจนละลายในน้ำสูงกว่าปกติ ส่วนแพลงก์ตอนพืชที่เป็นสาเหตุให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีคือกลุ่มไดโนเฟลคเจลเลตชนิด Noctiluca scintillans นอกจากนั้น ได้สัมภาษณ์คุณวิภัตร ลิปยากร ชาวบ้านบริเวณที่เกิดเหตุ แจ้งว่าพบปลิงทะเลทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิตเกยหาดเมื่อเวลาประมาณ ๐๘.๐๐ น. เป็นระยะทางประมาณ ๓๐๐ เมตร ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่พบได้ปกติทุกปี เนื่องจากบริเวณนี้เป็นหาดเลนซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่ของปลิงทะเล โดยจากสอบถาม ดร.สุเมตต์ ปุจฉาการ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ทราบว่าสาเหตุของการเกยหาดนี้ น่าจะเกิดจากความเค็มต่ำจากที่น้ำจืดไหลลงสู่ทะเล ทำให้ปลิงทะเลทนสภาพการเปลี่ยนแปลงความเค็มไม่ทัน และสูญเสียแรงดันออสโมซิสในร่างกาย จึงอ่อนแอจนไม่สามารถต้านทานกระแสคลื่น จึงถูกพัดขึ้นมาเกยหาด ทั้งนี้ ปลิงทะเลเป็นสัตว์ทะเลที่อ่อนแอต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมแบบฉับพลัน จึงมักพบขึ้นมาเกยหาดบ่อยๆ เช่น ปลิงทะเลหัวมันเทศ Acaudina molpadiodes รวมทั้งปลิงทะเลชนิดนี้ด้วย