วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามันตอนล่าง ร่วมกับศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามันตอนบน ชันสูตรซากพะยูนเกยตื้นจากอ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา โดยก่อนการชันสูตรซาก เจ้าหน้าที่ได้ขนย้ายซากพะยูนไปตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วยวิธีการถ่ายภาพรังสีส่วนตัดอาศัยคอมพิวเตอร์ (CT-scan; X-ray computed tomography) พบการหักของกระดูกซี่โครงบริเวณกลางลำตัว ๘ ซี่ และพบว่าลักษณะภายนอกมีบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกของมีคมและของแข็งกระแทกอย่างรุนแรง บริเวณหลังด้านขวาของลำตัว พบกล้ามเนื้อเป็นรอยช้ำ อักเสบ และเป็นหนอง กระดูกซี่โครงบริเวณกลางลำตัวหัก และทะลุถึงช่องอกและช่องท้อง ส่งผลให้ปอดด้านขวาติดเชื้ออักเสบอย่างรุนแรง พบลักษณะของแผ่นหนองปกคลุมทั่วทั้งบริเวณชั้นไขมันและเนื้อเยื่อปอดด้านขวา เนื้อเยื่อปอดยุบตัวลง (Lung collapse) และเสียสภาพไปจากปกติ มีภาวะการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจซีด และมีภาวะหัวใจขาดเลือด คาดว่าเกิดจากภาวะช็อกโดยเฉียบพลัน และพบต่อมน้ำเหลืองขยายขนาดใหญ่ทั่วร่างกายเนื่องจากภาวะการอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง ส่วนของทางเดินอาหารพบมีหญ้าทะเลจำนวนมากภายในกระเพาะอาหารและลำไส้ สรุปสาเหตุการเสียชีวิตคาดว่าถูกเรือวิ่งชน ซึ่งน่าจะเกิดมาเป็นระยะเวลานานมากกว่า ๑ สัปดาห์ เนื่องจากรอยโรคพบลักษณะของหนองและการอักเสบเรื้อรังภายในร่างกาย และมีสาหร่ายปกคลุมบริเวณลำตัว ตัวพะยูนถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนกระดูกซี่โครงหักทิ่มทะลุช่องอกและช่องท้อง ส่งผลให้ติดเชื้ออักเสบอย่างรุนแรงไปทั่วร่างกายร่วมกับภาวะช็อกอย่างเฉียบพลันและเสียชีวิตในที่สุด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างผิวหนัง เพื่อตรวจทางพันธุกรรม เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางโลหะหนัก สารชีวพิษ แบคทีเรียวิทยาและไวรัสวิทยา เก็บตัวอย่างกระดูกซี่โครงเพื่อตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เก็บตัวอย่างพยาธิและอาหารในกระเพาะอาหารเพื่อนำไปจำแนกทางห้องปฏิบัติการต่อไป