กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR FACEBOOK

วราวุธ” สั่งตรวจสอบด่วน ด้าน “กรมทะเล” เตรียมประกาศมาตรการคุ้มครอง เขตทะเลตรัง

  • 19 ธ.ค. 2563
  • 1,279
วราวุธ” สั่งตรวจสอบด่วน ด้าน “กรมทะเล” เตรียมประกาศมาตรการคุ้มครอง เขตทะเลตรัง

“วราวุธ” สั่งตรวจสอบด่วน ด้าน “กรมทะเล” เตรียมประกาศมาตรการคุ้มครอง เขตทะเลตรัง”
      กรณีพบพะยูนท้องแก่เสียชีวิตและพบบาดแผลภายในปาก คาดว่าเป็นการตัดเขี้ยวออกไป ๑ อัน เบื้องต้นจากการชันสูตรพบลักษณะแผลจากการถูกของมีคมและเป็นวัตถุแข็งกระแทกบริเวณส่วนท้ายของลำตัวด้านขวา ผิวหนังลอกหลุดเป็นบริเวณกว้าง และพบกล้ามเนื้อเกิดการฉีกขาดอย่างรุนแรง ซึ่งบ่งชี้ถึงการได้รับบาดเจ็บจากของมีคมและเป็นวัตถุแข็งกระแทกอย่างรุนแรง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นสมอเรือ สำหรับเขี้ยวของพะยูนข้างซ้ายบางส่วน มีรอยตัดจากของมีคม ซึ่งคาดว่าถูกเลาะออกไปภายหลังจากการเสียชีวิต เนื่องจากไม่พบรอยช้ำของบาดแผลโดยรอบ 
       นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมชี้โทษหนักหากทำร้ายพะยูน ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เตรียมมาตรการเข้มคุ้มครองพะยูนและแผนเพิ่มจำนวนเป็น ๒๘๐ ตัว ในปี ๒๕๖๕
       นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ตนได้รับรายงานด่วนจากพื้นที่เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓ ว่าพบพะยูนท้องแก่เสียชีวิตบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ระหว่างเกาะแหวนกับเกาะกระดาน ม.๒ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง โดยพะยูนที่พบมีลูกในท้องอายุประมาณ ๑๓-๑๕ เดือน และพบว่าภายในปากมีบาดแผลใหญ่ เขี้ยวหายไป ๑ ข้าง ตนรู้สึกเสียใจและสะเทือนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งนับตั้งแต่กรณีน้องมาเรียมและน้องยามีล สังคมไทยได้บทเรียนเรื่องขยะพลาสติกในทะเลไปแล้ว ครั้งนี้ คาดว่าจะเป็นเหตุจากความประมาทของการทิ้งสมอเรือ ส่วนการที่เขี้ยวหายไป คาดว่าเกิดจาการลักลอบตัดไปของผู้ที่พบเห็นซากพะยูน ซึ่งนับว่ามีความผิดตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ และตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือ CITES กำหนดให้พะยูนเป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ที่ห้ามค้าโดยเด็ดขาด เนื่องจากใกล้จะสูญพันธุ์ นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่ อ.ปะเหลียน อ.หาดสำราญ อ.ย่านตาขาว อ.กันตัง และ อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งอยู่ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ เพื่อจะได้ดำเนินประกาศตามกระบวนการต่อไป ซึ่งจะช่วยดูแล คุ้มครองพะยูนในพื้นที่ทะเลตรัง ซึ่งตนได้ย้ำกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กำชับและกำกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด สุดท้ายตนอยากฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกคนว่า
      “เราจะต้องสูญเสียพะยูนไปอีกสักกี่ตัว เพื่อเรียนรู้ถึงความผิดพลาดของมนุษย์ อย่าใช้ชีวิตพะยูนเป็นเครื่องสะท้อนความผิดพลาดของเราอีกต่อไปเลย”
      ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีพะยูนท้องแก่เสียชีวิตเป็นพะยูน เพศเมีย ความยาว ๒๕๗ ซม. น้ำหนักประมาณ ๒๖๐-๒๗๐ กก. ลักษณะภายนอก มีบาดแผลประมาณ ๓-๔ นิ้ว บริเวณปากเหมือนถูกตัดเขี้ยวออกไป ๑ ข้างโดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมได้ประสานทีมนักวิชาการและสัตวแพทย์ ประจำศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง (ศวอล.) เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียด เบื้องต้นได้ดำเนินการแจ้งความกรณีพบพะยูนเสียชีวิตดังกล่าวไว้ที่สถานีตำรวจ สภ. กันตัง แล้ว 
       สำหรับการชันสูตรโดยเจ้าหน้าที่ ศวอล. ร่วมกับสัตวแพทย์หญิงปิยฉัตร บัวศรี สัตวแพทย์ประจำสถาบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีชัยวิทยาเขตตรัง และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม พบว่าเป็นซากพะยูน สภาพซากสด ลักษณะภายนอก มีเพรียงเกาะบริเวณหลังเล็กน้อย พบบาดแผลรอยบาดจากของมีคมบริเวณด้านหลังส่วนท้าย และพบลักษณะแผลจากการถูกของมีคมและเป็นวัตถุแข็งกระแทกบริเวณส่วนท้ายของลำตัวด้านขวา ทำให้พบรอยช้ำบริเวณรอบบาดแผล ผิวหนังลอกหลุดบริเวณกว้าง และพบกล้ามเนื้อมีรอยช้ำ เกิดการฉีกขาดอย่างรุนแรง โดยแผลทะลุเข้าไปในชั้นกล้ามเนื้อจนถึงอวัยวะภายใน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นสมอเรือ นอกจากนี้ ยังพบว่าเขี้ยวของพะยูนข้างซ้ายบางส่วน มีรอยตัดจากของมีคมตัด ซึ่งคาดว่าถูกเลาะออกไปภายหลังจากการเสียชีวิต เนื่องจากไม่พบรอยช้ำของบาดแผลโดยรอบ เมื่อเปิดผ่าอวัยวะภายในพบลูกพะยูน ขนาดความยาว ๘๒ ซม. น้ำหนัก ๙.๒ กก. เพศเมีย อยู่ภายในช่องท้อง คาดอยู่ในช่วงระยะใกล้คลอด 
       สำหรับเรื่องนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้เดินหน้าป้องกันแก้ไขปัญหามาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งได้กำหนดแผนพะยูนแห่งชาติ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนพะยูนจาก ๒๕๐ ตัว เป็น ๒๘๐ ตัว ภายในปี ๒๕๖๕ ซึ่งที่ผ่านมาตนได้กำชับหน่วยงานปฏิบัติการลาดตระเวนและทีมนักวิชาการในการสำรวจ ติดตาม และเฝ้าระวังฝูงพะยูนในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจลาดตระเวนและรายงานผลแบบ Real Time สำหรับพะยูนและสัตว์ทะเลหายากอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณอาจารย์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ที่ห่วงใยทรัพยากรทางทะเลและสัตว์ทะเล และยังให้ความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชนให้ทราบอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง อนึ่ง ตนอยากฝากย้ำกับพี่น้องประชาชนหากพบการเสียชีวิตหรือเกยตื้นของสัตว์ทะเลหายาก ขอให้แจ้งหน่วยงานกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่ต่างๆ ทันที ห้ามมิให้จับหรือครอบครองทั้งในสภาพที่มีชีวิต หรือแม้แต่เพียงซากชิ้นส่วนใด ๆ ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๖๒ กำหนดว่าผู้ที่ล่าสัตว์ป่าสงวนต้องระวางโทษจำคุก ๓-๑๐ ปี ปรับตั้งแต่ ๓ แสนบาท แต่ไม่เกิน ๑ ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณี ครอบครองสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่ามีโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี ปรับไม่เกิน ๕ แสนบาท อธิบดีทช.กล่าวย้ำชัดเจน

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง