กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

จัดระเบียบ-จัดทัพ-ปรับโฉม 3 กระบวนการปฏิรูปทะเลไทย

  • 6 พ.ค. 2558
  • 1,309
จัดระเบียบ-จัดทัพ-ปรับโฉม 3 กระบวนการปฏิรูปทะเลไทย

          ปะการังฟอกขาว-ใต้ผืนน้ำทะเลใสของเกาะตาชัย หมู่เกาะ สิมิลัน จ.กระบี่ พร้อมข้อความวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวบนเกาะเกินกว่าที่กำหนด ซึ่งถูกแชร์ต่อๆ กันอย่างครึกโครมในโลกโซเชียลมีเดียนั้น ได้ก่อให้ เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง  และเป็นที่มาของจดหมายเปิดผนึกจาก  นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สปช.  แม้นายธรณ์จะระบุว่าจดหมายเปิดผนึกที่โพสต์นั้นเป็นเพียงข้อเสนอที่โยนไปให้สังคมพิจารณา แต่กระแสตอบรับอย่างท่วมท้นด้วยตัวเลขทั้งที่แชร์และอ่านเนื้อหานับล้านบ่งบอกถึงความต้องการของผู้คนสังคมที่มีต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและการท่องเที่ยวไทยได้เป็นอย่างดีว่ามีมากน้อยเพียงใด

          "ปัญหาอยู่ที่คน กฎระเบียบ และโครงสร้าง แต่ข้อดีของประเทศไทย คือ  ผมมั่นใจอยู่ตลอดว่า คนไทยรักทะเล  จากการแชร์และอ่านจดหมายเปิดผนึกของผมถึง 1 ล้านคน ใน 24 ชั่วโมง ปัญหาคือ คนรักทะเลมีมากแต่ไม่สามารถแสดงออก ถึงความรักที่เป็นบทบาทชัดเจนได้"

          นายธรณ์ เห็นว่า นี่เป็นจุดสำคัญที่จะปฏิรูปทะเลของไทยที่จะต้องพยายามหาแนวทางให้คนรักทะเลมีบทบาท มีอำนาจ  เพื่อที่จะรักษาสิ่งที่เขารักได้ ไม่ใช่ปล่อยให้เขารักทะเล แต่ทะเลกลับตกไปอยู่ในมือของคนกลุ่มน้อย และโลภมาก คิดหารายได้และประโยชน์จากทะเลเพียงอย่างเดียว

          อย่างไรก็ดี เขาบอกว่า การแชร์ข้อความของเขาก็ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล และกระแสโซเชียลมีเดียก็อาจจะทำให้เรารักทะเลได้ แต่ต้องมั่นใจว่าเราไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น และไม่ปล่อยให้คนอื่นไปละเมิดเช่นเดียวกัน

          "พวกเราต้องช่วยกัน ไม่ใช่มาฝาก หวังผมคนเดียว ถ้าหากกระแสไปในทางที่ดี เชื่อว่าจะต้องมีคนเข้ามาสนับสนุนใน การแก้ไขปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้"

          เขาบอกว่า กระบวนการขับเคลื่อนต้องอาศัยความร่วมมือของสังคม ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆ ด้วย บางครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นค่อนข้างอัดอั้น ที่เป็นปัญหาที่สะสมมานาน อีกทั้งยังไม่มีการแก้ไขอย่างชัดเจน แม้แต่ถึงเวลาการปฏิรูปประเทศ ก็ยังเห็นว่าปัญหาก็ยังเกิดอยู่ และก็ยังหนักขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

          ฉะนั้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทางทะเล โดยเฉพาะในเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีกฎกติกาชัดเจนยังไม่ได้รับและปฏิบัติตามกฎกติกาจึงพยายามอยู่หลายทางแล้ว สุดท้ายมาอยู่จดหมายเปิดผนึกที่เป็นการแสดงออกในเชิงความคิดเพื่อสื่อสารกับสังคมว่าต้องการอะไร และถ้าหากจะเอาจริงต้องมองปัญหาเฉพาะหน้าอย่างจริงจัง

          นายธรณ์ บอกอีกว่า รายละเอียดต่างๆ ในจดหมายเปิดผนึกนั้นเป็นข้อมูลของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการที่อยู่ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉะนั้น ใครจะมาปฏิเสธข้อมูลเหล่านี้คงไม่ได้

          "น้ำจะใสหรือไม่ใส ปะการังจะสวยหรือไม่สวย ผมไม่ทราบ แต่ทราบว่า จังหวัดพังงามีความเสียหายของปะการังถึง 37%  ถ้าจะไปเถียงให้ไปเถียงกับกรมทรัพยากรทางทะเล ไม่ต้องมาเถียงกับผม"

          นอกจากนี้บัญชีแนบท้ายประกาศอุทยานก็เขียนไว้ชัดเจนว่า เกาะตาชัย รองรับนักท่องเที่ยวได้ 70 คนต่อวันเพื่อเป็นการพัฒนาแบบยั่งยืน แปลว่าเราต้องเก็บสมบัติทรัพยากรธรรมชาติไว้ ขณะเดียวกันเราก็ ต้องใช้ให้เกิดความยั่งยืน

          ดังนั้นการมีนักท่องเที่ยวไปเยอะๆ จะเป็นการพัฒนาแบบยั่งยืนหรือทำให้ประเทศรวยขึ้นหรือไม่นั้น ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของประเทศไทยก็ระบุชัดว่า เราต้องการนักท่องเที่ยวคุณภาพระดับสูง หรือนักท่องเที่ยว ที่ยินดีจ่ายเงินครั้งละ 4,000-5,000 บาท

          "เที่ยวเกาะกาลาปากอส (หมู่เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนหนึ่งของประเทศเอกวาดอร์) ใช้จ่ายเงินวันละ 500 ดอลลาร์  อยู่เมืองไทยใช้วันละ 500 บาท มันเท่ากันหรือไม่ เพราะหลงประเด็นเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยว คนเยอะไม่จำเป็นต้องจ่ายเยอะ คนเยอะอาจจ่ายน้อย แต่คนน้อยอาจจ่ายเยอะก็ได้ ดังนั้นเลือกที่คนมาน้อยจะดีกว่า อีกทั้งยังเกิดการแข่งขันด้านราคาที่ทุกวันนี้เกาะตาชัยจ่ายเพียงวันละ 2,000 บาท จากเดิม 7,000 บาท แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าท่องเที่ยวแบบยั่งยืนหรือไม่"

          เขาเห็นว่า การพัฒนาแบบยั่งยืน ต้องคำนึงถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ดังนั้นหน้าที่ของเราคือ "ดูแลและส่งต่อ" ไม่ใช่คิดแต่จะใช้ทรัพยากรให้หมดไป อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ห้ามไม่ให้ท่องเที่ยว แต่ประเทศไทยก็มีการแหล่งท่องเที่ยวอีกจำนวนมาก ไม่จำเป็นต้องมาท่องเที่ยวเฉพาะที่เกาะตาชัยอย่างเดียว

          นายธรณ์ บอกว่า ทะเลเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามาก สภาความมั่นคงแห่งชาติได้คิดผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลที่เกิดขึ้นแต่ละปีมีมากถึง 24 ล้านล้านบาท ทั้งไฟ ก๊าซธรรมชาติ การประมง การท่องเที่ยว ที่สำคัญ คือ การขนส่งทางทะเล ทุกอย่างเกี่ยวข้องกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นมูลค่าของทะเลเป็นทรัพยากรอันดับหนึ่งของประเทศอย่างปราศจากข้อกังขา

          "ปัญหาที่เกิดขึ้นมีทั้งปัญหาความ มั่นคง คราบน้ำมัน พลังงาน การขนส่ง  การประมง รวมถึงการท่องเที่ยว ทุกอย่างกองสุมไว้ จนทำให้ปัญหานั้นมั่ว หากจะให้โฟกัส ก็ต้องมองดูว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วจึงมาปฏิรูป ปรับเปลี่ยนให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้"

          ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของข้อเสนอแนวทาง "ปฏิรูปทะเล" ผ่าน 3 กระบวนการ คือ 1.การจัดระเบียบ ทั้งอุทยานแห่งชาติ ชายหาด รวมทั้งการประมง 2.การจัดทัพ "3 ทะเลไทย" คือ "อันดามัน" ที่กำลังผลักดันให้อันดามันเป็นมรดกโลก และรักษาปะการังให้คงอยู่ให้ได้ เพราะปะการังเป็นรากฐานให้อันดามันขยับไปข้างหน้าในเรื่องของการท่องเที่ยว

          "สมุยและหมู่เกาะข้างเคียง" เช่น เกาะพะงัน เกาะเต่า โดยการควบคุมหาดทรายและทิวทัศน์ให้สวยงาม และ "เกาะช้างและ หมู่เกาะตะวันออก" โดยการทำอาหารทะเลที่สดและสะอาด โดยต้องทำให้ทะเลบริเวณนี้สะอาด การประมง และการเพาะพันธุ์ต้องยั่งยืน และ 3.การปรับโฉม และการปรับเขตการใช้พื้นที่ทางทะเล

          เขาบอกว่า การดูแลทรัพยากรธรรมชาติของต่างประเทศ เช่น เอกวาดอร์ คอสตาริกา ดูแลดีกว่าเมืองไทย ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ก็ดูแลตามกฎระเบียบที่วางไว้ อย่างเช่น กำหนดให้ท่องเที่ยวได้ 70 คนก็ต้อง 70 คน ไม่มีการอะลุ้มอล่วย หรือมีข้ออ้างใดๆ

          นอกจากนี้ ในการจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติต้องมีการศึกษาวิจัย ซึ่งจะต้องมีข้อมูลออกมาให้ผู้มีอำนาจพิจารณาจึงจะถูกนำมาใช้เป็นกฎ ระเบียบ และกฎหมาย

          อุทยานฯถกผู้ประกอบการจัดระเบียบเที่ยว'เกาะตาชัย' นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ ถึงกรณีเกาะตาชัย  ว่า ขณะนี้ได้ให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ เรียกประชุมผู้ประกอบการแล้ว ซึ่งตอนแรกจะปิดเกาะตาชัย แต่ทางผู้ประกอบการระบุว่า การจองทัวร์ของนักท่องเที่ยว ได้มีการจองล่วงหน้าเป็นปี จึงต้องทำ ความเข้าใจกับผู้ประกอบการในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวได้ให้ผู้ ประกอบการไปหารือกัน เพราะที่ผ่านมา ไม่มีการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่ ชัดเจน จึงทำให้เกิดปัญหาบางช่วงเวลา ก็มีนักท่องเที่ยวเกินกว่ากำหนด

          ดังนั้น จากนี้ไปจะต้องกำหนดโควตาและเวลาที่ชัดเจน เพื่อให้บริษัททัวร์แต่ละบริษัท สามารถนำนักท่องเที่ยวขึ้นไปบน เกาะตาชัยได้จำนวนเท่าไรและใช้เวลาได้ นานเท่าไร

          "ต้องมีการจัดสรรหาจำนวนนักท่องเที่ยวแต่ละช่วงเวลาให้มีจำนวนไม่มากไป หรือไม่น้อยไป" นายนิพนธ์ กล่าวส่วนเรือท่องเที่ยวก็ต้องมีการออกระเบียบให้เรือมีระบบการกำจัดของเสีย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการทิ้งของเสียหรือน้ำเสียลงทะเล เมื่อก่อนเรือไม่มีระบบการกำจัดของเสียก็มีการปล่อยของเสียลงทะเล ก็ทำให้เกิดความเสียหายต่อปะการัง รวมทั้งเรือที่ไม่มีทุ่นจอดเรือด้วย

          "ที่ผ่านมา เราไม่ได้ประชุมผู้ประกอบการ จึงทำให้เกิดปัญหา ดังนั้นระยะเริ่มแรกหรือระยะเฉพาะหน้าในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงต้องมีการประชุมผู้ประกอบการ และวันที่ 25-26 มี.ค.นี้  เราก็จะเชิญนักวิชาการ ผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันแก้ปัญหา"อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าว

          ส่วนเรื่องปะการังฟอกขาวนั้นเขาบอกว่า เป็นเรื่องของภาวะโลกร้อนที่อุณหภูมิน้ำทะเลขึ้นสูง ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ขณะนี้กำลังฟื้นตัว และในวันนี้ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งซึ่งเป็นนักวิชาการด้านปะการังกำลังเข้าไปดูและพิจารณาเพราะจากปัญหาที่เกิดขึ้นเหมือนกับการใช้รถยนต์ ต้องมีการนำรถเข้าประเมิน หรือมีอะไรที่จะต้องปรับปรุง ซ่อมแซม ไม่ใช่เป็นเรื่องใหญ่อะไร ถือว่าสภาพแวดล้อมบริเวณเกาะตาชัยยังดีอยู่ และฟื้นฟูได้

Ref.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558 / www.news.ch7.com (ภาพประกอบ)          

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง