วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาการป่าไม้ที่ยั่งยืนเพื่อประชาชน : ความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งแวดล้อมและผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ “Sustainable Forestry for the People: Economic benefits and environmental concerns” ภายใต้กิจกรรม “Thailand and Sweden Sustainable Development Forum 2021: From Green and Inclusive Development to Business Opportunities” จัดโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม และสถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย ในโอกาสครบรอบการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สวีเดน ๑๕๐ ปี ผ่านระบบ Video Conference ณ ห้องประชุมชั้น ๑๗ อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กล่าวชื่นชม สวีเดนในฐานะประเทศผู้นำเศรษฐกิจภาคป่าไม้ที่มีพื้นที่ป่าถึงร้อยละ ๗๐ ของพื้นที่ประเทศ ซี่งเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการปฏิบัติที่ดีในการบริหารจัดการป่าไม้กับสวีเดน พร้อมทั้ง ได้น้อมนำพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ “เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดินและจะรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง” และได้จัดทำโครงการ “ปลูกป่า และป้องกันไฟป่า” เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ซึ่งมีเป้าหมายการปลูกต้นกล้ากว่า ๖๐๐ ล้านต้น ในพื้นที่ ๒.๖๘ ล้านไร่ พร้อมทั้งได้กล่าวถึงนโยบาย และการดำเนินงานด้านป่าไม้ที่สำคัญของประเทศไทย โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง อาทิ การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน การแก้ไขพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ซึ่งอนุญาตให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ไม้เศรษฐกิจที่ปลูกในที่ดินของตนเองได้ และการตราพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนทางสังคมที่เข้มแข็ง ส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนท้องถิ่นอนุรักษ์และเพิ่มพื้นที่ป่าซึ่งเปรียบเสมือนซุปเปอร์มาร์เก็ตของชุมชน โดยอาศัยองค์ความรู้ดั้งเดิมของท้องถิ่น นอกจากการช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศแล้ว ยังเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าไม้ตามยุทธศาสตร์ระยะยาวการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ จะเห็นได้ว่าป่าไม้เป็นทรัพยากรที่สามารถจัดการเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มีคุณค่าทั้งในด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจและบริการจากระบบนิเวศ การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ป่าไม้จะต้องควบคู่กันไป เพื่อความยั่งยืนสู่ประชาชนทุกภาคส่วน และสามารถส่งต่อสมบัติของเราไปยังคนรุ่นต่อไปได้
ในส่วนของกรม ทช. นำโดยรองอภิชัย เอกวนากุล และรองอธิบดีพรศรี สุทธนารักษ์ เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ VDO Conference จากห้องประชุมลำแพน ชั้น ๙ กรม ทช. สำหรับการจัดประชุมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศไทย กับสวีเดน เพื่อร่วมกันดำเนินการไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ๓ หัวข้อ ได้แก่ เมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน ระบบป่าไม้ที่ยั่งยืน และระบบนิเวศในการส่งเสริมนวัตกรรมและสตาร์ทอัพในรูปแบบที่ยั่งยืน อีกทั้ง เพื่อให้การจัดงานเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศและองค์ความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญของไทยและสวีเดน ตลอดจนเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชนต่อไป