การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภาคสนามในป่าชายเลนและพื้นที่ทางทะเล นับเป็นภารกิจสำคัญและต้องอาศัยความเสียสละเป็นอย่างมาก บริษัท ปตท. สำรวจและผลิต ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จับมือกันสนับสนุนงบประมาณจัดทำชุดปฏิบัติงานทางทะเลและชายฝั่งสำหรับเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยมี นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เป็นผู้แทนรับมอบ
วันที่ ๗ มิถุนายน นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีทส.ให้สัมภาษณ์ภายหลังพิธีรับมอบเครื่องแบบชุดปฏิบัติงานทางทะเลและชายฝั่ง ณ อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า หัวใจของการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ ความร่วมมือ การหาพันธมิตรที่มีแนวคิดและอุดมการณ์ในการอนุรักษ์ร่วมกันนับเป็นเรื่องสำคัญ ความร่วมมือจะด้วยทางใดก็ตาม ถือว่ามีส่วนช่วยให้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเกิดความสมดุลและคงอยู่อย่างยั่งยืนด้วยกันทั้งสิ้น
“วันนี้ ผมในฐานะผู้แทนทส.ต้องขอขอบคุณบริษัท ปตท. สำรวจและผลิต ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ได้สนับสนุนงบประมาณรวม ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทในการจัดทำเครื่องแบบชุดปฏิบัติงานทางทะเลและชายฝั่งจำนวน ๒,๐๐๐ ชุด เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีทส. ได้กล่าวย้ำอยู่เสมอถึงความสำคัญของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองที่สำคัญในการลาดตระเวนและปกป้องทรัพยากรในพื้นที่ เจ้าหน้าที่เหล่านี้ คือ ผู้เสียสละในการปฏิบัติงานด่านหน้าและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด หลายครั้งที่ผมได้มีโอกาสลงพื้นที่ ได้เห็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม และทุกครั้ง จะให้กำลังใจและขอบคุณในความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกคน เครื่องแบบชุดปฏิบัติงานทางทะเลและชายฝั่ง เป็นเหมือนขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มภาคภูมิ อีกทั้ง เป็นเครื่องแสดงความเป็นตัวตนของผู้ปฏิบัติงานต่อสังคมและชุมชน”นายยุทธพล กล่าว
ที่ปรึกษารัฐมนตรีทส.กล่าวว่า ทั้งนี้ นายวราวุธ ได้สั่งการให้ตนหารือกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส.ในการกำหนดแนวทางและช่องทางในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรให้เกิดความเข้มแข็งและแข็งแรง เพื่อขยายฐานการทำงาน โดยเชื่อว่ายังมีอีกหลายองค์กรที่ต้องการจะร่วมงานและสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาระบบนิเวศและเพื่อความสุขของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน
ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า พื้นที่รับผิดชอบของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งครอบคลุมทั้งพื้นที่ทางบกกว่า ๒.๘ ล้านไร่ พื้นที่ชายฝั่งและในทะเลรวมกว่า ๒๐๒ ล้านไร่ และพื้นที่เกาะอีกกว่า ๕๓๓ เกาะ ด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ ทุกคนต่างทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรสำคัญของชาติ รวมถึง ปฏิบัติงานอื่นเพื่อสังคมและพี่น้องประชาชนในภาวะวิกฤตและเมื่อต้องการกำลังความร่วมมือ สำหรับบริษัท ปตท. สำรวจและผลิต ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นและร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของกรมฯ มาด้วยดีโดยตลอด ทั้งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเจ้าหน้าที่ภาคสนามทุกนาย จึงได้มีแนวคิดร่วมกันในการจัดทำเครื่องแบบมอบให้เจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไป กรมฯ ได้เตรียมแผนต่อยอดการทำงานร่วมกับองค์กรพันธมิตร ขยายความร่วมมือให้เป็นรูปธรรมและสร้างเสถียรภาพการทำงานในทุกมิติด้วยแล้ว นายโสภณ กล่าว
นายปิยะ สุขุมภาณุเมศร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิต ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือและทำกิจกรรมร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โดยเฉพาะกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริษัทฯ ได้เห็นความสำคัญและมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูป่าชายเลน จัดการขยะชายหาดและขยะทะเล รวมถึง การวิจัยและพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมต่าง ๆ ในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและป่าชายเลน รวมถึง การสร้างการมีส่วนร่วมและพัฒนาองค์ความรู้ให้กับชุมชนชายฝั่งด้วย ซึ่งการทำงานของบริษัทฯ ก็มักจะต้องทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ซึ่งก็จะเห็นถึงความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ สำหรับชุดปฏิบัติงานทางทะเลและชายฝั่ง
“ที่ทางบริษัทฯ ให้การสนับสนุนในครั้ง เป็นเสมือนขวัญกำลังใจและแทนคำขอบคุณกับการเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกคน และบริษัทฯ จะเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะช่วยดูแลและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่ทุ่มเทและดูแลทรัพยากรทางทะเลเช่นนี้ ต่อไป”นายปิยะ กล่าว
นายเริงชัย คงทอง รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ทาง กฟผ. และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นพันธมิตรร่วมกันในการฟื้นฟูป่าชายเลนและการส่งเสริมการดำเนินงานภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยส่วนใหญ่แล้ว การดำเนินงานของ กฟผ. จะมุ่งเน้นการทำงานในระดับพื้นที่และชุมชน และได้มีโอกาสเห็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภาคสนามอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เข้าใจถึงความตั้งใจและอุดมการณ์ของนักอนุรักษ์ที่แท้จริง การสนับสนุนครั้งนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการทำงานและสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ซึ่งทาง กฟผ. ได้เตรียมแผนสนับสนุนการดำเนินงานของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอีกหลายกิจกรรม ทั้งนี้ กฟผ. พร้อมขอร่วมเป็นสื่อกลางในการส่งคืนทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่สมบูรณ์ให้กับเยาวชนรุ่นหลังได้ใช้ประโยชน์สืบไป
Ref. https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_2763143