เกาะขามใหญ่ เป็นเกาะที่มีขนาดเล็กมีลักษณะเป็นภูเขาลูกเล็กๆ อยู่กลางทะเล และเป็นเกาะบริวารของหมู่เกาะสีชังอยู่ห่างจากเกาะสีชังประมาณ 500 เมตร ชุมชนประกอบอาชีพประมง ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีโฮมสเตย์ มีประชากรอยู่ประมาณ 50 ครัวเรือน ซึ่งไม่ถือเป็นเกาะปิดสนิทเพราะชุมชนยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ชื่นชอยการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติเดินทางมาบนเกาะแห่งนี้ได้ โดยปัจจุบันมีเรือโดยสารจากเกาะสีชังมาแวะจอดที่เกาะขามใหญ่อย่างต่อเนื่อง
คุณผดุง รักวงษ์อาชีพ ผู้ใหญ่บ้านเกาะขามใหญ่กล่าวว่า "เกาะขามใหญ่เป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ที่ผ่านมาทั้งนักท่องเที่ยวและชาวบ้านรอบๆ ต่างเข้ามาท่องเที่ยวและนำเอาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่รอบเกาะกลับออกไปมากมายชุมชนจึงร่วมมือกันส่งเสริมให้เกาะขามใหญ่เป็นเขตอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นที่ครอบคลุมรวม 13 ไร่เศษ ในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไม่ให้ทำประมงบริเวณรอบเกาะเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างต่อเนื่อง"
จากลักษณะทางธรรมชาติของเกาะขามใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ มีร่องน้ำค่อนข้างลึกทำให้มีปลาทะเลเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากรวมทั้งหอยนานาชนิดอีกกว่า 30 ชนิด เช่น หอมมือเสือ ซึ่งเป็นสัตว์สงวน หอยนมสาว หอยกระปุก หอยเป๋าฮือ ปูม้า ปิงทะเล ปิงขาว และปิงขนุน รวมไปถึงดอกไม้ทะเล ชุมชนจึงร่วมกันนำแนวปะการังเทียมมาวางบริเวณรอบเกาะ เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของปลาทะเล รวมทั้งปลาการ์ตูนที่นำมาปล่อยไว้ ทั้งนี้ ยังได้รับการอนุเคราะห์จากเครือไทยออยล์นำแปลงปะการังที่ได้จากการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ในโครงการความร่วมมือในการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ปะการังและฟื้นฟูแนวปะการัง บริเวณหมู่เกาะสีชัง มาวางบริเวณรอบเกาะขามใหญ่เพิ่มเพื่อสร้างระบบนิเวศในน้ำให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น
ถึงแม้ปัจจุบันเกาะยังไม่มีกฎระเบียนในเรื่องการอนุรักษ์ แต่ชาวบ้านทุกคนได้ร่วมกันพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่รอบเกาะ แบ่งการบริหารออกเป็น 2 โซน มีการเปิดและปิดเกาะอย่างละ 2 เดือน ส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ตกปลา ตกหมึก หรือกางเต้นท์นอน ชุมชนร่วมกันปฏิบัติตามกฎระเบียบให้เป็นชุมชนปลอดยาเสพติด ปลอดการพนันรวมไปถึงปลอดการทะเลาะวิวาท ช่วยกันรักษาความสะอาด และห้ามรถที่มีเครื่องยนต์วิ่งบนเกาะ ทั้งนี้ทางชุมชนเสนอให้เทศบาลตำบลเกาะสีชังออกเป็นเทศบัญญัติขยายแนวเขตออกไปอีก 100 เมตร เพื่อไม่ให้เรือเข้ามาทอดสมอ หรือเรือประมงจากที่อื่นเข้ามาวางอวนใกล้ๆ ทำลายแนวปะการังที่อนุรักษ์ไว้
คุณวิโรจน์ มีนะพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านกำกับกิจการองค์กร บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "เครือไทยออยล์เห็นถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ จึงได้จัดทำโครงการความร่วมมือในการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ปะการังและฟื้นฟูแนวปะการัง บริเวณหมู่เกาะสีชัง จ.ชลบุรี มาตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน โดยเครือไทยออยล์ร่วมกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำและคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสร้างแหล่งอนุบาลและขยายพันธุ์ปะการัง และได้ก่อสร้างโรงเพาะพันธุ์ปะการังและอนุบาล
ปะการังขึ้นที่สถานีวิจัย วิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกาะสีชัง รวมถึงขยายพื้นที่อนุรักษ์ไปยังบริเวณเกาะต่างๆ รอบหมู่เกาะสีชัง ในปีที่ผ่านมาได้ขยายพื้นที่ยังเกาะขามใหญ่ ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยกรธรรมชาติกลับมาเพิ่มมากขึ้น สามารถส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้อย่างสมบูรณ์"
นอกจากนี้ เครือไทยออยล์และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยังได้นำพนักงานจิตอาสาชมรมนักดำน้ำ เครือไทยออยล์ชุมชนชาวเกาะสีชัง นักท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ทหารจากกรมทหารราบ 21 รักษาพระองค์ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ทำกิจกรรมฟื้นฟูแนวปะการังที่เสื่อมโทรมทั้งการจัดเรียงแท่งคอนกรีตใต้ทะเลเป็นแนวปะการังใต้น้ำ และทำแปลงอนุบาลปะการังจากท่อพีวีซี เพื่อปักชำระปะการังเขากวางเข้ากับโครงก่อนนำไปเพาะเลี้ยงใต้ท้องทะเล ในบริเวณต่างๆ ของหมู่เกาะสีชังไม่ว่าจะเป็นบริเวณเกาะยายท้าว เกาะค้างคาว และเกาะท้ายตาหมื่น จากการดำเนินงานตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ปะการังเติบโตได้สูงถึง 80% รวมทั้งมีสิ่งมีชีวิตที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้นนอกจากนี้ ยังได้สร้างจิตสำนึกให้กับชุมชนหันมาให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ปะการังเพิ่มมากขึ้นด้วย
Ref. ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2558