เกิดเป็นกรมควบคุมมลพิษของประเทศไทย ไม่ว่ายุคไหนๆ คนที่เป็นหัวขบวนอย่างอธิบดี ล้วนตกอยู่ในสภาพเคร่งเครียด ปวดเศียรเวียนเกล้าเกือบตลอดทั้งปีแทบทั้งสิ้น
เรื่องย่อยๆ ก็ว่าด้วยปรากฏการณ์อุบัติเหตุ และเจตนาการทำให้เกิดมลพิษรายวัน เหตุการณ์ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ทั้งน้ำเสีย ก๊าซรั่ว กลิ่นเหม็น ไฟไหม้บ่อขยะ ฯลฯ สถานการณ์มีทั้งให้แก้แบบเฉพาะหน้า และต้องแก้ไขระยะยาว
ว่ากันว่า หน่วยงานอื่นๆ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นั้น โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มีคนอยากจะเป็นอธิบดีทั้งสิ้น แต่หันมาดูที่กรมควบคุมมลพิษ ให้น่าสงสัยว่าทำไมไม่ค่อยมีคนอยากจะเป็นกันเลย โดยเฉพาะคนที่อยู่นอกกรม ที่มีคุณสมบัติพร้อม แม้กระทั่งการย้ายข้ามกรม เพื่อไปรับตำแหน่งที่สูงกว่า แทบไม่มีใครอยากไป
นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษคนปัจจุบัน บอกว่า กรมนี้เป็นหน่วยงานที่มีความเครียดสูง แม้การเมืองแทบจะไม่เข้ามาแตะต้อง (เพราะไม่รู้จะเข้าจุดไหนดี) แต่เรื่องการจัดการกับสารพัดปัญหา ทำให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษ ค่อนข้างจะเครียด
ปัญหาบาดเจ็บสาหัสที่กรมควบคุมมลพิษเผชิญอยู่ในเวลานี้มี 2 เรื่องใหญ่ นั้นคือ การหาเงินมาใช้หนี้ กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่านจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 9,618 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยวันละประมาณ 1.5 ล้านบาท เพราะกรมควบคุมมลพิษไประงับการก่อสร้างโครงการดังกล่าวทำให้กลุ่มกิจการร่วมค้าฯได้รับความเสียหาย เกิดการฟ้องร้องและกรมควบคุมมลพิษแพ้คดี จนต้องใช้หนี้ในที่สุด
เดิมที หลังจากที่ศาลตัดสิน กลุ่มกิจการร่วมค้าฯได้อนุโลมต่อกรมควบคุมมลพิษว่าถ้าชำระหนี้จำนวน 9,618 ล้านบาท ก่อนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จะไม่คิดดอกเบี้ย เรื่องนี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรี ทส. เคยรับอาสาว่าจะเป็นตัวแทนรัฐบาล เพื่อเจรจากับกลุ่มกิจการร่วมค้าฯเอง แม้ผู้สื่อข่าวจะพยายามถามถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการเจรจาเรื่องนี้จากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น เวลาล่วงเลย จากวันที่ศาลตัดสิน กำหนดให้กรมควบคุมมลพิษต้องใช้หนี้เงิน 9,618 ล้านบาทแล้ว ยังมีดอกเบี้ยวันละ 1.5 ล้านบาท เป็นเวลา 4 เดือน หรือประมาณ 120 วัน อยากรู้ว่าตัวเลขเป็นเท่าไร เอา 120 คูณกับ 1.5 ล้าน แล้ว บวกกับ 9,618 ล้าน ออกมาเป็นตัวเลขเท่านั้นเลย
ล่าสุดนั้น นายวิเชียรให้สัมภาษณ์ว่า ไม่สบายใจมากเรื่องนี้ เพราะหากทำอะไรผลีผลาม เช่น ไปเร่งให้เกิดการใช้หนี้ ก็อาจจะถูกมองว่ามีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับทางกลุ่มกิจการร่วมค้าฯหรือไม่ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย ก็อาจจะโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงได้ทำหนังสือถึงกรมบังคับคดีว่า กรมควบคุมมลพิษไม่ได้นิ่งเฉย แต่เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมากจึงต้องใช้เวลาในการหางบประมาณส่วนนี้
อธิบดีกรมควบคุมมลพิษยังบอกด้วยว่า เคยเสนอผ่าน พล.อ.ดาว์พงษ์ เพื่อเป็นทางเลือกในการดำเนินการในเรื่องนี้ คือ ใช้มาตรา 44 สำหรับ 3 ทางเลือก คือ ไม่ต้องใช้หนี้เลย ใช้แค่ครึ่งเดียว หรือใช้เฉพาะหนี้ แต่ไม่ใช้ดอกเบี้ย แต่ พล.อ.ดาว์พงษ์ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ เสนอให้ตั้งกรรมการระดับรัฐบาล เพื่อเจรจากับทางกลุ่มกิจการร่วมค้าฯ ในการหาข้อสรุป เพราะยอมรับว่าเวลานี้กรมควบคุมมลพิษไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าที่ได้ทำมาทั้งหมดแล้ว
เรื่องนี้ก็คงเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากจะเข้ามารับตำแหน่งอธิบดีกรมควบคุมมลพิษคนถัดไปจากนายวิเชียร ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคมนี้ เพราะต้องเข้ามารับผิดชอบเรื่องการหาเงินใช้หนี้กลุ่มกิจการร่วมค้าฯแบบเต็มๆ รวมทั้งหาตัวผู้รับผิดชอบที่ทำให้กรมได้รับความเสียหายครั้งใหญ่ครั้งนี้ อีกด้วย อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องการจัดการขยะหลายพื้นที่ที่ยังมีความวิกฤตในเรื่องนี้ ก็ยังไม่ได้รับการจัดการ เช่น โรงกำจัดขยะและบ่อฝังกลบมาตรฐาน ซึ่งรัฐบาลไปสร้างเอาไว้ให้ที่เทศบาลทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ต้องติดปัญหาการเมืองและความมั่นคงลงรอยกันระหว่าง 2 ขั้วการเมืองในพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถนำขยะไปกำจัดและทิ้งในบ่อฝังกลบดังกล่าวได้ กลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมคั่งค้างสะสม งบประมาณที่ลงทุนไปดูเหมือนจะสูญเปล่า เดิมทีมีการพูดกันว่าจะใช้อำนาจแห่งกฎอัยการศึกเข้ามาจัดการเพื่อให้เปิดใช้งานระบบกำจัดขยะและบ่อฝังกลบได้ ให้ทหารเข้าไปเจรจาเพื่อช่วยลดความขัดแย้งและสร้างความเข้าใจให้สามารถจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเด็ดขาด
วันนี้กฎอัยการศึกถูกยกเลิก แล้วมาถึงการประกาศใช้มาตรา 44 แต่ไม่มีทีท่าว่าปัญหาขยะที่มาจากการเมืองภายใน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศอีกหลายแห่ง ที่เหมือนจะเป็นตัวอย่างชัดเจน แต่ยังไม่สามารถจัดการให้เรียบร้อยได้ ไม่ต้องพูดถึงพื้นที่ที่มีความวิกฤตอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูเขาขยะ 20 ล้านตัน ที่ จ.สมุทรปราการ ที่เกิดปัญหาไฟไหม้เป็นประจำ รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่มาจากกองขยะแห่งนี้ยังไม่มีพื้นที่ไหนจัดการขยะได้เด็ดขาดเลยเป็นที่มาของอาการปวดสมอง และความเครียดของอธิบดี และบรรดาผู้รับผิดชอบเรื่องเหล่านี้ของกรมควบคุมมลพิษ
Ref. มติชน (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 /www.energysavingmedia.com (ภาพประกอบ)