กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

ทช.ปลุกกระแส ’คนอยู่ร่วมกับป่า’ แบ่งโซนป่าชายเลนเพื่อการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน

  • 16 ก.ค. 2558
  • 1,291
ทช.ปลุกกระแส ’คนอยู่ร่วมกับป่า’ แบ่งโซนป่าชายเลนเพื่อการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน

          กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เดินหน้าภารกิจแรกสร้างความเข้าใจภาคประชาชนหลัง พ.ร.บ.ทช.มีผลบังคับใช้ พร้อมลุยงานแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน เร่งปลุกกระแส คนอยู่ร่วมกับป่า ชูแนวทางป่าอยู่ คนอยู่ สร้างวิถีชีวิตแบบพึ่งพากันอย่างยั่งยืน

          นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า ภารกิจแรกหลังพ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 ได้มีการประกาศใช้คือ เรื่องการทำความเข้าใจกับภาคประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้นโยบายไว้โดยให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือภาคประชาชน ชุมชนชายฝั่ง เป็นลำดับแรก ถัดมาจึงเป็นเรื่องของมาตรการต่าง ๆ ที่ต้องบูรณาการแก้ไขร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ ภายใต้การทำงานของ "คณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ" ที่มีคณะกรรมการในระดับจังหวัดจนถึงระดับประเทศโดยเน้นให้ภาคประชาชนหรือชาวชุมชนชายฝั่งมีส่วนร่วม ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในตอนนี้คือ เรื่องการฟื้นฟูสภาพป่าชายเลน ซึ่งใน พ.ร.บ.ทช.ได้กำหนดให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ มีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อประโยชน์ในการสงวนและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน กำหนดให้พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณหนึ่งบริเวณใดเป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ เนื่องจากป่าชายเลนถือเป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญ เป็นแหล่งอาหาร แหล่งอนุบาล และที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่าง ๆ ช่วยรักษาความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งและใกล้เคียง โดยเฉพาะหญ้าทะเลและปะการัง ป่าชายเลนมีบทบาทในการรักษาสมดุลของธาตุอาหารและความอุดมสมบูรณ์ของน้ำทะเลชายฝั่ง ซึ่งจะส่งผลถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมง นอกจากนี้ป่าชายเลนยังทำหน้าที่เหมือนปราการ ช่วยบรรเทาความรุนแรงของคลื่นและลมให้ลดน้อยลง เมื่อเทียบกับบริเวณที่ไม่มีป่าชายเลน ซึ่งการรักษาสภาพป่าชายเลนให้อยู่รอดจะช่วยให้คนสามารถอยู่รอดได้ตามไปด้วย เพราะป่าชายเลนเป็นทั้งแหล่งทำกินและสร้างรายได้ให้กับชาวชุมชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกันกับป่าชายเลน

          ทั้งนี้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการคุ้มครอง อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีภารกิจคุ้มครองพื้นที่ป่าชายเลนที่มีอยู่ 1.52 ล้านไร่ ให้คงสภาพความสมบูรณ์อย่างต่อเนื่องได้นำแนวคิดในการคุ้มครองพื้นที่ป่าชายเลนมาสานต่อ เป็นแนวคิดการแบ่งเขตพื้นที่ป่าชายเลนออกเป็น 3 โซน คือ โซนป่าอนุรักษ์  โซนป่าชุมชน และโซนป่าเศรษฐกิจ โดยแนวทางที่กำหนดขึ้นนี้ ทช. จะนำเสนอต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อพิจารณาเป็นแนวทางการทำงานของกรมต่อไป และจะมีการขยายผลเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมในพื้นที่ป่าชายเลนของจังหวัดต่าง ๆ ที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลทั้ง 23 จังหวัดทั่วประเทศ

          "สำหรับการจัดทำโซนนิ่งพื้นที่ป่าชายเลนครั้งนี้ได้ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมมาประกอบกับข้อมูลการสำรวจภาคสนามตามหลักวิชาการ จัดทำเป็นแถบสีแบ่งเขตให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณใดมีความอุดมสมบูรณ์ตามมาตรฐานวิชาการ และควรสงวนรักษาไว้เป็นพื้นที่สงวนและอนุรักษ์ พร้อมกันนี้ได้กำหนดให้มีโซนที่ให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์และโซนเศรษฐกิจบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ตั้งหมู่บ้านของชุมชน ส่วนการบริหารจัดการแบบองค์รวมจะใช้เครือข่ายในการกำหนดเขตพิทักษ์และให้ประชาชนร่วมกันดูแล เพื่อให้เกิดสมดุลของการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าชายเลนอย่างยั่งยืน"

          อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ป่าชายเลนที่มีการถูกบุกรุกอยู่ จะเน้นแผนเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามเป็นหลัก มีจำนวน 31 แปลง หรือประมาณ 600 ไร่ เป็นแปลงเป้าหมายที่จะทำการรื้อถอน เน้นเฉพาะแปลงที่เป็นของนายทุน รีสอร์ท หรือสวนปาล์มขนาดใหญ่ ส่วนกรณีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเขตป่าชายเลนที่มีอยู่ประมาณ 3 แสนไร่ ต้องมีการวางแผนร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางบริหารจัดการโดยใช้หลักรัฐศาสตร์ร่วมกับนิติศาสตร์ ซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้จะ เริ่มใน จ.นครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่นำร่องประมาณ 6,000 ไร่

          ด้านนายกำจัด ผุด ผ่องใส ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านถนนนอก อ.แกลง จ.ระยอง กล่าวว่า ปัจจุบันในเขตอำเภอแกลงมีพื้นที่ป่าชายเลนอยู่ประมาณ 1,000 ไร่ และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนเป็นจำนวนมากเนื่องจากที่ผ่านมาภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ ให้ความสำคัญในการฟื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อม โทรมโดยมีการรณรงค์ปลูกป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผืนป่าในแถบนี้มีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น และยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์น้ำนานาชนิด เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพและมีรายได้จากสัตว์น้ำเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย แต่ปัญหาที่ยังคงต้องเร่งแก้ไขคือ เรื่องของเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน โดยมีชุมชนประมาณ 60 ครัวเรือน ที่ยังไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ของตำบลเนินฆ้อ มีความคาดหวังให้การจัดแบ่งพื้นที่ป่าชายเลนสามารถช่วยสร้างแหล่งทำกินให้กับชาวบ้านได้ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าเพื่อเป็นแหล่งอาชีพและรายได้ให้กับชาวชุมชนที่ยั่งยืนต่อไป.

Ref : เดลินิวส์ (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง