กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

ทช. ร่วมประชุมรับฟังรายงานความก้าวหน้าโครงการนำร่องการใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมไปจัดวางเป็นปะการังเทียม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล บริเวณเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

  • 23 มี.ค. 2565
  • 1,286
ทช. ร่วมประชุมรับฟังรายงานความก้าวหน้าโครงการนำร่องการใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมไปจัดวางเป็นปะการังเทียม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล บริเวณเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

         วันที่ 23 มีนาคม 2565 เวลา 11.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมรับฟังรายงานความก้าวหน้าโครงการนำร่องการใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมไปจัดวางเป็นปะการังเทียม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล บริเวณเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากผู้บริหารบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และที่ปรึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการนี้นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พร้อมด้วย ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดี ทช. นางสุมนา ขจรวัฒนากุล ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และนายอุกกฤต สตภูมินทร์ ผอ.กองอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ตลอดจนผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟัง ณ ห้องประชุม ชั้น 20 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

          โดย รัฐมนตรี ทส. ได้ให้ข้อสังเกตและข้อแนะนำต่อโครงการว่า ขอให้มีการติดตามศึกษาผลกระทบของโครงการต่อระบบนิเวศทางทะเล การเพิ่มขึ้นของปริมาณสัตว์น้ำและปะการังในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นคุณค่าและประโยชน์ที่สามารถประเมินค่าได้จากโครงการที่แท้จริง เพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาถึงแนวทางการใช้วัสดุเพื่อวางปะการังเทียมต่อไปในอนาคต เนื่องจากอ่าวไทยไม่ใช่ถังขยะ ที่ใครจะนำวัสดุอะไรก็ได้ มาทิ้งลงในทะเลเพื่อเป็นปะการังเทียม รวมถึงขอให้มีการศึกษาถึงความปลอดภัยของโครงสร้างขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่นำมาจัดวางเป็นปะการังเทียมของโครงการฯ ในระยะยาวด้วย เนื่องจากการส่งเสริมให้จุดดังกล่าวเป็นแหล่งดำน้ำ จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อนักดำน้ำด้วย เนื่องจากเป็นแหล่งดำน้ำที่มนุษย์จัดทำขึ้น ไม่ใช่แหล่งดำน้ำตามธรรมชาติ ทั้งนี้ ผลจากการติดตามประเมินโครงการนำร่องการใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมไปจัดวางเป็นปะการังเทียม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล บริเวณเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า มีปริมาณสัตว์น้ำในพื้นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงปะการังอ่อน ในขณะที่ปะการังแข็งจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการเจริญเติบโต ส่วนประชากรปลาในเชิงเศรษฐกิจยังคงพบน้อยกว่าในบริเวณที่มีปะการังที่สมบูรณ์ และขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของฤดูกาล นอกจากนี้ ในการศึกษาถึงการเคลื่อนตัวของขาแท่นฯ พบว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมามีการเคลื่อนตัวเพียง 2 เซนติเมตร โดยมาจากการเคลื่อนตัวของทรายบริเวณพื้นทะเลที่เกิดจากกระแสน้ำ

 

 

 

ภาพ/ข่าว: ส่วนสื่อสารองค์กร

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง