วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออก ร่วมกับ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาชลบุรี ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดชลบุรี (ศรชล.) ทสจ.ชลบุรี สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๓ (ชลบุรี) และสำนักงาน ทช.ที่๒ (ชลบุรี) สำรวจบริเวณพื้นที่เกาะสีชัง อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี กรณีได้รับแจ้งจากบริษัท สยาม แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ว่าพบน้ำมันขึ้นเกยหาดทรายแก้ว เกาะสีชัง ผลการตรวจสอบ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้แก่ อ่าวท่าวังภายในพระจุฑาฐุราชฐาน หาดทรายแก้วภายในพื้นที่บริษัทสยามแท้งค์ฯ และหาดท่ายายทิมบริเวณท้าย เกาะสีชัง โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ หาดทรายแก้ว รองลงมาคือ หาดท่ายายทิม และอ่าวท่าวัง ตามลำดับ โดยยังไม่สามารถตรวจพบแหล่งที่มาของน้ำมัน แนวทางการดำเนินการในเบื้องต้น ประกอบด้วย (๑) ศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออก ได้สำรวจและเก็บตัวอย่างน้ำทะเลเพื่อนำไปวิเคราะห์ปริมาณปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวม และเก็บตัวอย่างคราบน้ำมันบริเวณชายหาดเพื่อส่งวิเคราะห์องค์ประกอบของน้ำมันต่อไป (๒) จากการตรวจสอบทรัพยากรปะการังในพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุ พบว่ามีแนวปะการังธรรมชาติบริเวณหาดท่าวังมีพื้นที่ประมาณ ๒,๕๐๐ ตร.ม. ห่างจากชายหาดประมาณ ๑๐๐ เมตร สถานภาพสมบูรณ์ปานกลาง และแนวปะการังบริเวณใกล้ท่ายายทิมมีพื้นที่ประมาณ ๗,๐๐๐ ตร.ม. ห่างจากชายฝั่งประมาณ ๓๐-๙๐ เมตร เบื้องต้นไม่พบความเสียหายของปะการัง เนื่องจากไม่มีปะการังโผล่พ้นน้ำในช่วงเวลาที่น้ำลงต่ำสุด และจะมีการดำน้ำสำรวจผลกระทบต่อแนวปะการังในวันที่ ๗ เมษายนต่อไป และ (๓) นายธเนศ ผ่องใส นายกเทศมนตรีเกาะสีชัง ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อสรุปเบื้องต้น ให้มีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ประสาน จนท.เทศบาลในการกำจัดคราบน้ำมันที่ขึ้นเกยหาดออกไปให้เร็วที่สุด และประสานท่าเรือ สยามแท้งเทอร์มินอล จำกัด ฉีดน้ำยาขจัดคราบน้ำมันบริเวณกลุ่มน้ำมันในทะเล กระจายเป็นกลุ่มเล็ก ความยาวประมาณ ๒๐๐ เมตร