🔹 กรณีราชกิจจานุเบกษาประกาศกฎกระทรวง กำหนดให้บริเวณเกาะโลซิน ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ เป็นต้นไป นั้น
🐡 นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า ตนในฐานะนักดำน้ำและผู้บริหารที่ให้ความสำคัญและเดินหน้าป้องกันและรักษาทรัพยากรปะการังของไทยมาโดยตลอด ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ตนได้พยายามเร่งรัด ผลักดัน ให้ประกาศกฎกระทรวงเพื่อคุ้มครองแนวปะการังบริเวณรอบเกาะโลซิน โดยได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบกฎกระทรวง กำหนดให้บริเวณเกาะโลซิน ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.๒๕๖๕ และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕ โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ เป็นต้นไป
🐠 พื้นที่บริเวณเกาะโลซินเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญและเปราะบางมาก อย่างช่วงกลางปี ๒๕๖๔ เราได้มีบทเรียนกรณีพบอวนประมงขนาดยักษ์ติดบริเวณแนวปะการังที่เกาะโลซิน รวมน้ำหนักอวนกว่า ๘๐๐ กก. ปกคลุมแนวปะการังกว่า ๒,๗๕๐ ตารางเมตร สร้างความเสียหายรุนแรงกว่า ๕๕๐ ตารางเมตร จนเกิดปะการังฟอกขาว ปะการังซีดจางบางส่วน เหตุการณ์เหล่านี้ ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกไม่ว่าจะเป็นที่เกาะโลซิน หรือพื้นที่อื่นๆ ก็ตาม พื้นที่เกาะโลซิน นับเป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลแห่งที่ ๒ ต่อจากพื้นที่เกาะกระ จ.นครศรีธรรมราช ที่ประกาศไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ อย่างไรก็ตาม ตนได้เร่งรัดกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ดำเนินการประกาศพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลที่สำคัญแห่งอื่น ๆ โดยเร็ว อีกทั้ง ได้ฝากให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำกับการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด และต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย ทั้งนี้ ตนอยากจะฝากบอกพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า “มาตรการทางกฎหมาย เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่ง ในการกำกับและบังคับใช้เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ในช่วงระยะเวลาที่กำหนด แต่จิตสำนึกและความร่วมมือของทุกคน คือ หัวใจสำคัญและเป็นหนทางที่จะทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคงอยู่อย่างสมดุลและยั่งยืน ต่อไป ตราบใดที่เรายังขาดจิตสำนึกไม่ว่าเราจะมีกฎหมายที่มีบทลงโทษรุนแรงแค่ไหน หรือมีเครื่องไม้เครื่องมือในการตรวจกำกับที่ดีเพียงใด ก็จะไม่สามารถรักษาทรัพยากรของชาติ ให้สมบูรณ์ยั่งยืนได้ ตลอดไป” นายวราวุธ กล่าว
🐟 ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวเสริมว่า พื้นที่โดยรอบเกาะโลซิน พบปะการังหลากหลายชนิด ทั้งปะการังแข็ง ปะการังอ่อนและกัลปังหา เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของฉลามวาฬ รวมทั้งปลาน้อยใหญ่อีกกว่า ๑๑๖ ชนิด และหอยกว่า ๕๔ ชนิด อย่างไรก็ตาม ตามกฎกระทรวงดังกล่าว ได้กำหนดบริเวณพื้นที่บังคับไว้ ๒ บริเวณ โดยมีกิจกรรมที่ห้ามดำเนินการที่แตกต่างกัน ดังนี้
🔸 บริเวณที่ ๑ บริเวณแผ่นดินบนเกาะโลซินและพื้นที่ทะเลรอบเกาะเนื้อที่ประมาณ ๑ ตารางกิโลเมตร ระยะทางห่างรอบเกาะจากฝั่งประมาณ ๕๐๐ เมตร ห้ามก่อมลพิษ ห้ามกระทำความเสียหายต่อปะการัง สัตว์น้ำ ซากปะการัง กัลปังหา ห้ามทอดสมอเรือ ห้ามประกอบการประมง ห้ามก่อสร้าง ห้ามนำสัตว์หรือพืชจากที่อื่นเข้าไปในบริเวณ และห้ามขุดเจาะและทำเหมืองแร่ เป็นต้น
🔸 สำหรับบริเวณที่ ๒ เป็นพื้นที่ในทะเล ห่างจากเกาะประมาณ ๖ กม. เนื้อที่รวมประมาณ ๑๔๓ ตารางกิโลเมตร ห้ามก่อมลพิษ ห้ามกระทำการที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อแนวปะการัง สัตว์ทะเล และซากปะการัง ห้ามขุดเจาะและทำเหมืองแร่ ห้ามถมทะเลและขุดลอกร่องน้ำ และทำประมงยกเว้นการใช้เบ็ดมือ อย่างไรก็ตาม สำหรับกิจกรรมอื่น เช่น การดำน้ำ และการท่องเที่ยว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะได้กำหนดแนวทางและมาตรการ รวมถึง แผนการบริหารจัดการในพื้นที่ ต่อไป และจะได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนชายฝั่ง เพื่อร่วมดำเนินการตามมาตรการที่ได้บังคับด้วย
🔸 ทั้งนี้ ได้กำหนดบทลงโทษหากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี ปรับไม่เกิน ๑ แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวทราบโดยทั่วกัน ต่อไป
Ref. https://www.dmcr.go.th/detailAll/58048/nws/