
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) กล่าวว่า กำลังเร่งขับเคลื่อน Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. ๒๕๖๑–๒๕๗๓ ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดทำขึ้นเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกของประเทศไทย

ทั้งนี้ สถานการณ์ปัญหาขยะพลาสติกของประเทศไทยดีขึ้นตามลำดับจากการดำเนินการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยงานวิจัยเรื่อง More than 1,000 rivers account for 80% of global riverine plastic emission into the ocean ของ Lourens J.J. Meijer และคณะ ในปี ๒๕๖๔ แสดงให้เห็นว่า อันดับของประเทศไทยในด้านการจัดการขยะพลาสติกในทะเลดีขึ้น โดยเลื่อนอันดับประเทศที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่ทะเลมากที่สุดของโลกลงมาอยู่อันดับที่ ๑๐ จากปี ๒๕๖๓ อยู่ในอันดับที่ ๖ เนื่องจากสามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกได้มากกว่า ๒๕,๒๘๔ ล้านใบ หรือคิดเป็นน้ำหนัก ๒๒๘,๘๒๐ ตัน ซึ่งตนเองมุ่งมั่นจะทำให้ไทยพ้นจาก Top Ten นี้ให้สำเร็จโดยเร็ว

สำหรับ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก ปี ๒๕๖๑-๒๕๗๓ มีวิสัยทัศน์เพื่อก้าวสู่การจัดการพลาสติกที่ยั่งยืน ด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ประกอบด้วย ๒ เป้าหมาย ๓ มาตรการ คือ

เป้าหมายที่ ๑) การลด และเลิกใช้พลาสติกเป้าหมาย (พลาสติกผสมสารอ็อกโซ่ พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม ไมโครบีด กล่องโฟมบรรจุอาหาร หลอดพลาสติก ถุงพลาสติกหูหิ้ว และแก้วพลาสติก) ด้วยการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายที่ ๒) การนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ เข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมี ๒ มาตรการ ประกอบด้วย มาตรการที่ (๑) ลดการเกิดขยะพลาสติก ณ แหล่งกำเนิด และมาตรการที่ (๒) ลดเลิกใช้พลาสติก ณ ขั้นตอนการบริโภค มาตรการที่ (๓) จัดการขยะพลาสติกหลังการบริโภค

นายวราวุธ กล่าวถึงการแก้ปัญหาขยะทะเลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้โครงการบริหารจัดการขยะทะเล โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชน เพื่อลดปริมาณขยะที่สะสมอยู่ในระบบนิเวศในทะเลนั้น ซึ่งเป็นปลายทางของขยะพลาสติก โดยการจะบรรลุเป้าหมายให้ประเทศไทยจะหลุดพ้นจากอันดับ ๑ ใน ๑๐ ของประเทศที่มีปริมาณขยะพลาสติกทะเลมากที่สุดในโลกจะสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย

นายโสภณ ทองดี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า จากสถิติการเก็บขยะชายหาดและขยะตกค้างในระบบนิเวศทางทะเลของหน่วยงานกรม ทช. ที่ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชนชายฝั่ง จิตอาสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดปี ๒๕๖๔ พบปริมาณขยะ ๑,๔๒๗,๘๓๑ ชิ้น เมื่อคัดแยกตามแบบฟอร์ม ICC Card พบขยะส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติก เรียงลำดับดังนี้ (๑) ขวดเครื่องดื่ม (พลาสติก) (๒) ถุงพลาสติกอื่น ๆ (๓) เศษโฟม (๔) ขวดเครื่องดื่ม (แก้ว) (๕) ถุงก๊อบแก๊บ (๖) ห่อ/ถุงอาหาร (๗) เศษพลาสติก (๘) เสื้อผ้า/รองเท้า/เครื่องประดับ (๙) กระป๋องเครื่องดื่ม และ (๑๐) กล่องอาหารโฟม

กรม ทช. ได้ดำเนินโครงการศึกษาวิจัยขยะปากแม่น้ำ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชนิดและปริมาณของขยะจากแม่น้ำที่ไหลลงสู่ทะเลจาก ๕ แม่น้ำสายหลัก ประกอบด้วย (๑) แม่น้ำเจ้าพระยา (๒) แม่น้ำบางปะกง (๓) แม่น้ำท่าจีน (๔) แม่น้ำแม่กลอง และ (๕) แม่น้ำบางตะบูน ซึ่งผลการศึกษาดังกล่าว สามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการจัดทำกฎ มาตรการและนโยบายสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันได้จัดทํามาตรการลดปริมาณขยะทะเลตามหลักวิชาการในรูปแบบต่าง ๆ ตามที่รัฐบาลกำหนดให้ปัญหาขยะมูลฝอยและขยะทะเลเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีแผนบริหารจัดการขยะอย่างเป็นรูปธรรมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสัตว์ต่าง ๆ และระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง