วันที่ 10 สิงหาคม 2565 ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เข้าร่วมประชุมคณะผู้ตรวจสอบทางวิชาการแผนงานโครงการภายในภารกิจการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 68/2565 กลุ่มเรื่อง ระบบนิเวศน้ำ (แผนงานฯ เศรษฐกิจสีน้ำเงิน) ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Cloud Meeting) ณ ห้องท่านรองอธิบดีฯ ชั้น 9 กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง
ที่ประชุม ได้พิจาณา รายงานความก้าวหน้าการวิจัยและนวัตกรรมและแผนงานวิจัยด้านเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (เบื้องต้น) ประจำปีงบประมาณ 2565 จำนวน 7 โครงการ โดยมีโครงการที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อาทิ โครงการศึกษาปริมาณคาร์บอนที่ได้จากการปลูกหญ้าทะเล และหญ้าทะเลตามธรรมชาติ การศึกษาปริมาณคาร์บอนสะสม เก็บกักในแหล่งหญ้าทะเล การศึกษาศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนของป่าชายเลนตามธรรมชาติและป่าปลูก การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการฟื้นฟูและการรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของประชากรปะการัง เป็นต้น ทั้งนี้ ประธานฯ ขอให้ กรม ทช หารือเพื่อทำความชัดเจนในเรื่องวิธีการวิจัยการวัดปริมาณคาร์บอนในระบบนิเวศน์หญ้าทะเลและป่าชายเลนให้ชัดเจนเพื่อประโยชน์ในการนำไปใช้คำนวนคาร์บอนเครดิตให้เป็นมาตรฐานของประเทศไทย

ที่ผ่านมา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ให้ความสำคัญกับทรัพยากรชายฝั่ง ได้แก่ หญ้าทะเล ปะการัง และป่าชายเลน อันเป็นระบบนิเวศที่มีความเฉพาะตัวและมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งของชายฝั่งทะเล นับเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามหาศาลทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ป่าชายเลนเป็นแหล่งพลังงานและแหล่งวัตถุดิบ ไม้ใช้สอย ก่อสร้างในครัวเรือน แหล่งพืชผัก พืชสมุนไพร แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน แหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย หลบภัย สืบพันธุ์ และเจริญเติบโตของสัตว์น้ำนานาชนิด ช่วยรักษาความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะหญ้าทะเลและปะการัง ป้องกันดินชายฝั่งพังทลาย เป็นพื้นที่สำหรับดูดซับสิ่งปฏิกูลต่างๆ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและแหล่งศึกษาธรรมชาติ ความสำคัญและประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของป่าชายเลนที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนก็คือ ป่าชายเลนสามารถช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ เพราะป่าชายเลนถือว่าเป็นแหล่งที่มีการสะสมคาร์บอนหนาแน่น มีความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่าป่าประเภทอื่น เนื่องจากไม้ในป่าชายเลนมีอัตราการสังเคราะห์แสงสูง จึงช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในรูปของเนื้อไม้ และเพิ่มปริมาณออกซิเจนในบรรยากาศ


นอกจากนี้ ยังพบว่าแหล่งหญ้าทะเลที่มีความซับซ้อนมาก คาดว่ามีการสะสมคาร์บอนได้เป็นอย่างดี เป็นศูนย์รวมความสมบูรณ์ของสัตว์น้ำสูงมาก ที่ช่วยสนับสนุนอาชีพประมงพื้นบ้านและการท่องเที่ยวในพื้นที่ แหล่งหญ้าทะเล ถือเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่จัดเป็นระบบนิเวศ Blue Carbon โดยสามารถดูดซับกักเก็บมากกว่าป่าบนบก 7-10 เท่า เช่นเดียวกับปะการัง เป็นสัตว์ทะเลที่มีผลต่อระบบนิเวศอย่างมาก ซึ่งปะการังจะขยายพันธุ์เหมือนพืช เหมือนการปักชำ และดูดซับคาร์บอนเหมือนหญ้าทะเล ดังนั้น หากจะฟื้นฟูหญ้าทะเล ก็ต้องฟื้นฟูปะการังร่วมด้วย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ระบบนิเวศมีความอุดมสมบูรณ์และเกิดความสมดุลอย่างยั่งยืนสืบไป
ภาพ/ข่าว: ส่วนสื่อสารองค์กร