การปลุกกระแสการอนุรักษ์พะยูนของประเทศไทยนับตั้งแต่ลูกพะยูน “มาเรียม” พลัดหลงเกยตื้นและเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๒ ด้วยสาเหตุกลืนกินเศษขยะพลาสติกในทะเล กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ยกระดับการดำเนินงานให้เข้มข้นและครอบคลุมทุกมิติยิ่งขึ้น พร้อมทั้งได้เสนอวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ต่อคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ โดยมีมติเห็นชอบกำหนดให้ วันที่ ๑๗ สิงหาคม ของทุกปีเป็น "วันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ" กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มุ่งมั่นดำเนินการตามแนวทางด้านการอนุรักษ์และคุ้มครองพะยูนและถิ่นอาศัยหญ้าทะเลในประเทศไทย โดยริเริ่มแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๖๕) ครอบคลุมพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นแหล่งอาศัยของพะยูนทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน รวม ๑๓ พื้นที่ เพื่ออนุรักษ์และคุ้มครองพะยูนและแหล่งที่อยู่อาศัยพะยูน สนับสนุนการดำเนินงานศึกษาวิจัย สร้างจิตสำนึกและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พะยูนและแหล่งที่อยู่อาศัย มีเป้าหมายเพื่อให้ประชากรพะยูนเพิ่มขึ้นจาก ๒๕๐ ตัว เป็น ๒๘๐ ตัว ในเวลา ๓ ปี ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมา นับว่าประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าอย่างเป็นที่ประจักษ์ ภายใต้การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเป็นสำคัญ ส่งผลให้ปัจจุบันพบพะยูนในธรรมชาติกว่า 265 ตัว อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยังคงมุ่งมั่นดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ยังได้ยกระดับการดำเนินงานร่วมกับชุมชนและองค์กรพันธมิตรเพื่อการอนุรักษ์ ดูแล และฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรทางทะเลและพะยูนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ในนามของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะมุ่งมั่นในการสงวน รักษา และอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างมั่นคง เพื่อคงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่มั่งคั่ง และสร้างสมดุลแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกับทุกภาคส่วน ท้ายสุดขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ชุมชนเครือข่าย และภาคส่วนต่าง ๆ แสดงพลังการมีส่วนร่วมที่แข็งขันในการอนุรักษ์พะยูน แหล่งหญ้าทะเล และระบบนิเวศทางทะเลให้คงความสมบูรณ์อยู่คู่กับประเทศไทยและพร้อมเป็นต้นแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในทุกระดับ ต่อไป
นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง