กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR FACEBOOK

สารจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๕

  • 17 ส.ค. 2565
  • 1,285
สารจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๕

วันที่ ๑๗ สิงหาคม เมื่อปี ๒๕๖๒ เป็นวันที่ลูกพะยูนพลัดหลงและเกยตื้นชื่อ “มาเรียม” ได้เสียชีวิต โดยมีสาเหตุมาจาก “การติดเชื้อจากขยะพลาสติกที่อุดตันในทางเดินอาหาร” เรื่องราวของ “มาเรียม” ในขณะนั้นมีผลทำให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจประเด็นการอนุรักษ์พะยูน และตระหนักถึงปัญหาขยะทะเลมากขึ้น ดังนั้นเพื่อระลึกถึงการเสียชีวิตของ “มาเรียม” และเพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของพะยูน ที่มีต่อระบบนิเวศชายฝั่งทะเล และร่วมกันดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงกำหนดให้วันที่ ๑๗ สิงหาคมของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ซึ่งประเทศไทยกำหนดให้พะยูนเป็นสัตว์ป่าสงวน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มานานถึง ๓๐ ปี ซึ่งเป็นกลไกทางกฎหมายที่ช่วยสงวนและอนุรักษ์พะยูนไว้อย่างเข้มงวด ในระดับระหว่างประเทศหรือนานาชาติ พะยูนยังถูกจัดอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าหมายเลข ๑ ลำดับที่ ๘๖ ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ หรือ CITES ซึ่งเป็นสัตว์ที่ห้ามค้าโดยเด็ดขาด ใน IUCN Red List พะยูนเป็นสัตว์ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ (Vulnerable) แสดงให้เห็นว่าทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดนี้เป็นอย่างมาก โดยมีกลไกเชิงนโยบายที่สำคัญในการอนุรักษ์และคุ้มครองพะยูน คือ แผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๖๕) โดยมีพื้นที่ดำเนินการครอบคลุม ๑๓ แห่ง ที่มีพะยูนและแหล่งหญ้าทะเล ทั้งในอ่าวไทยและอันดามัน ที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้บูรณาการทำงานกับทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ในการขับเคลื่อนการดำเนินภายใต้แผนการอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติจนมีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม โดยการแก้ไขปัญหา ลดภัยคุกคามพะยูนและแหล่งที่อยู่อาศัย การศึกษาวิจัย การช่วยชีวิตและดูแลรักษาพะยูนที่เกยตื้น การสร้างจิตสำนึกและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์พะยูน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการอนุรักษ์ เพิ่มจำนวนประชากรพะยูนจาก ๒๕๐ ตัว เป็น ๒๘๐ ตัว ภายในปี ๒๕๖๕ ดังนั้น เรื่องของพะยูนวันนี้ จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายในประเทศที่ต้องตระหนัก และร่วมมือร่วมใจปกป้อง คุ้มครองดูแลพะยูนและหญ้าทะเล ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของพะยูน และอยากให้ทุกท่านเห็นภาพตรงกันว่า การอนุรักษ์พะยูนไม่เพียงแค่เป็นการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากชนิดหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องรักษาบ้านของพะยูนซึ่งหมายถึงแหล่งหญ้าทะเลด้วย และเมื่อใดมีแหล่งหญ้าทะเลที่สมบูรณ์ ย่อมหมายถึงการมีแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน มีทะเลที่สมบูรณ์ ดังนั้นมิติของการอนุรักษ์พะยูนจึงเป็นการรักษาความสมบูรณ์ของท้องทะเลไทยด้วย และในโอกาสวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติวันนี้ จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วน ภาคเอกชน พี่น้องประชาชน ชุมชน เครือข่ายต่าง ๆ ได้ร่วมกันระลึกถึง “มาเรียม” และมุ่งมั่นที่จะดูแลพ่อ แม่ พี่น้องของเขาที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยการช่วยกันอนุรักษ์พะยูน และบ้านพะยูนให้อยู่คู่กับทะเลไทยให้ลูกหลานของเราต่อไป

นายวราวุธ  ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง