วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยอธิบดีโสภณ ทองดี พร้อมด้วยคุณดนัย ดีโรจนวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) และบริษัท เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานและร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU ยกเลิกการใช้สารที่เป็นอันตรายต่อปะการังในผลิตภัณฑ์กันแดด เพื่อรักษาแนวปะการังและสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเลและรองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศ.ดร.ภญ. มาลิน อังสุรังษี กรรมการบริหารบริษัท เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ตลอดจนผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมลำแพน ชั้น ๙ กรม ทช. ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรม ทช. ได้ศึกษาและติดตามถึงผลกระทบของสารเคมีในผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดต่อปะการังและระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งหลายงานวิจัยชี้ว่าเกิดผลกระทบต่อปะการัง จึงได้ประกาศห้ามนำเข้าและใช้ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่ผสมสารเคมีที่ทำลายปะการังในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเลทั้ง ๒๖ แห่งทั่วประเทศ กรม ทช. จึงได้เริ่มสำรวจและหารือกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อร่วมกันรณรงค์และสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่ไม่ผสมสารเคมีที่ทำลายปะการัง จนมาถึงการตกลงร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ โดยกรม ทช. เป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานด้านวิชาการและการกำหนดมาตรการเชิงนโยบายเป็นสำคัญ พร้อมได้มีคำสั่งกรม ทช. จำนวน ๓ ฉบับ บังคับห้ามใช้ครีมกันแดดที่ผสมสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อปะการังและระบบนิเวศทางทะเลทั้ง ๔ ชนิด ในพื้นที่กองหินแปดไมล์ อ.เมือง จ.สตูล พื้นที่กองหินใต้น้ำ ๒๑ แห่ง ในเขตทะเลจันทบุรี ระยอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และพังงา พื้นที่เกาะเต่า เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน และเกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕ จนถึงปี ๒๕๖๘ หากละเมิดจะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ