วันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 คุณนงลักษณ์ ผดุงอรรถกิจ ผู้จัดการแผนกโครงการพิเศษอาวุโส Mistine เป็นตัวแทน บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด และคณะ เข้าพบนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่ไม่เป็นอันตรายต่อปะการังและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทางทะเล เพื่อใช้ในกิจกรรม Go green Active ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565 ณ บริเวณหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยมีนายอุกกฤต สตภูมินทร์ ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล นางสุมนา ขจรวัฒนากุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายไพทูล แพนชัยภูมิ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และกำหนดมาตรการจัดการทรัพยากรทางทะเล เข้าร่วมรับมอบผลิตภัณฑ์ ณ ห้องเกียรติยศ ชั้น 9 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

ที่ผ่านมา กรม ทช. ได้ติดตามและตระหนักถึงผลกระทบของสารเคมีในผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดต่อปะการังและระบบนิเวศทางทะเล จึงได้ประกาศห้ามนำเข้าและใช้ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่ผสมสารเคมีที่ทำลายปะการังในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเลทั้ง 26 แห่งทั่วประเทศจึงได้เริ่มสำรวจและหารือกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อร่วมกันรณรงค์และสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่ไม่ผสมสารเคมีที่ทำลายปะการัง จนมาถึงการตกลงร่วมลงนามความร่วมมือยกเลิกการใช้สารที่เป็นอันตรายต่อปะการังในผลิตภัณฑ์กันแดด โดย ทช. เป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานด้านวิชาการและการกำหนดมาตรการเชิงนโยบายเป็นสำคัญ พร้อมได้มีคำสั่ง ทช. จำนวน 3 ฉบับ บังคับห้ามใช้ครีมกันแดดที่ผสมสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อปะการังและระบบนิเวศทางทะเล ทั้ง 4 ชนิด ในพื้นที่กองหินแปดไมล์ อ.เมือง จ.สตูล พื้นที่กองหินใต้น้ำ 21 แห่ง ในเขตทะเลจันทบุรี ระยอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และพังงา พื้นที่เกาะเต่า เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน และเกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 จนถึงปี 2568 หากละเมิดจะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
โดยกิจกรรม Go green Active ที่จะจัดขึ้นในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ และประชาสัมพันธ์ถึงการมีจิตสำนึกที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมในเชิงอนุรักษ์ผ่านการท่องเที่ยว สร้างทัศนคติที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวได้ท่องเที่ยวอย่างมีความสุข สนุก และมีความรับผิดชอบไปพร้อมกัน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยให้ปรากฎต่อสายตานักท่องเที่ยวในระดับนานาชาติ พร้อมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวช่วยลดภาวะโลกร้อนด้วยการลดการใช้ขยะ รวมทั้ง ยังเป็นการร่วมฟื้นฟูการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอีกด้วย


ภาพ/ข่าว: ส่วนสื่อสารองค์กร