กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) มีหน้าที่ในการดูแลและจัดการสัตว์ทะเลหายากเกยตื้น ตลอดแนวชายฝั่งของประเทศไทย โดยเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2565 เจ้าหน้าที่กรม ทช. ได้เข้าพื้นที่หาดนิยม หมู่ที่ 2 ต.ตะกรบ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเข้าตรวจสอบและจัดการซากพะยูนเกยตื้น ซึ่งได้รับแจ้งจากคุณเสน่ห์ รัตนสำเนียง ประมงอำเภอไชยา และได้ขนย้ายซากมายังศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (ศวทก.) เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตาย จากการตรวจสอบพบว่า เป็นพะยูนเพศผู้ยาว 2.07 เมตร สภาพซากเน่ามาก โดยประเมินจากความยาวลำตัว คาดว่าพะยูนอายุประมาณ 5 ปี อยู่ในระยะวัยรุ่น สภาพซากมีรอยกรีดบริเวณส่วนหัวและหางเกิดหลังการตาย พบรอยเชือกรัดบริเวณหัวหลังจมูก ซึ่งกล้ามเนื้อใกล้รอยรัดช้ำ แสดงว่ารอยรัดเกิดก่อนตาย เมื่อตรวจสอบกะโหลกพบเขี้ยวคู่หลัง 1 คู่ ซึ่งยังไม่โผล่พ้นริมฝีปาก ไม่พบร่องรอยการถูกตัด เขี้ยวคู่หน้าหลุดไปแล้วตามธรรมชาติซึ่งจะหลุดในช่วงวัยรุ่น และเมื่อตรวจสอบอวัยวะภายในพบว่าอวัยวะส่วนใหญ่เน่าสลาย พบเฉพาะอวัยวะทางเดินอาหารบางส่วน ซึ่งพบหญ้าทะเลในกระเพาะอาหารและไส้ติ่ง แสดงว่าพะยูนยังสามารถหากินได้ก่อนตาย สำหรับสาเหตุการตายไม่สามารถระบุได้เนื่องจากซากเน่า แต่สันนิษฐานว่าพะยูนตายอย่างเฉียบพลันเนื่องจากยังพบอาหารในทางเดินอาหารอยู่และพะยูนมีชั้นไขมันที่สมบูรณ์
ทั้งนี้ พื้นที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งหญ้าทะเลที่สำคัญในพื้นที่อ่าวไทยตอนกลาง ซึ่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ได้มีการบินสำรวจในพื้นที่ดังกล่าว พบพะยูนอย่างน้อย 3 ตัว หากินอยู่ในพื้นที่ และได้มีการติดตามรอยกินของพะยูนในแนวทะเลในช่วงเมษายน 2565 พบรอยกินพะยูนกระจายอยู่แนวหญ้าทะเลตรงบริเวณอ่าวพุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี