การประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์พะยูนและโลมาในประเทศไทย
Valuation of Economic Value of Dugong and Dolphin in Thailand
เผ่าเทพ เชิดสุขใจ๑ สุหทัย ไพรสานฑ์กุล๒ ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์๓ และปิ่นสักก์ สุรัสวดี๔
๑ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน ๑๒๐/๑ ม. ๖ ต. บางหญ้าแพรก อ. เมือง จ. สมุทรสาคร ๗๔๐๐๐
๒สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ๑๒๐ ม. ๓ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐
๓ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ๕๑ ม. ๘ ถ. ศักดิเดช ต. วิชิต อ. เมือง จ. ภูเก็ต ๘๓๐๐๐
๔สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน ๑๒๐ ม. ๓ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐
บทคัดย่อ
การศึกษามูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของพะยูนและโลมาในประเทศไทยโดยการรวบรวมเอกสาร พบว่าในประเทศไทยไม่ได้มีการประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของตัวพะยูนโดยตรง แต่สามารถนำมูลค่าที่ไม่ได้เกิดจาการใช้ของหญ้าทะเลที่เกิดจากการประเมินโดยวิธี Choice Experiment (C.E.) ในส่วนที่มีสินค้าทดแทนเป็นมาตรการสำหรับการอนุรักษ์พะยูนมาคิดได้ โดยอ้างอิงกับขนาดพื้นที่ของหญ้าทะเลที่พะยูน ๑ ตัวใช้กินตลอดช่วงชีวิตคือ อย่างน้อย ๙๗.๑๘ ไร่ ดังนั้นมูลค่าที่ไม่ได้เกิดจากการใช้ทางเศรษฐศาสตร์ของพะยูนจะอยู่ในช่วงระหว่าง ๑๗๑,๑๓๓–๒,๗๔๒,๖๑๓ บาทต่อตัว ในขณะที่มูลค่าที่ไม่ได้เกิดจากการใช้ของโลมาซึ่งประเมินโดยวิธี Contingent Valuation Method (CVM) โดยการเสนอให้มีโครงการอนุรักษ์โลมาแห่งประเทศไทยและโครงการอนุรักษ์โลมาในพื้นที่นำร่อง มีมูลค่าอยู่ในช่วง ๑,๑๐๓,๗๒๖,๕๐๐–๒,๖๔๘,๙๔๓,๖๐๐ บาทต่อจำนวนประชากรโลมาทั้งประเทศ สำหรับมูลค่าต่อโลมา ๑ ตัวนั้น อาจประเมินได้เฉพาะโลมาในพื้นที่ของโครงการอนุรักษ์โลมาในพื้นที่นำร่องคือบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทราและอ่าวขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งทราบจำนวนประชากรว่ามีรวมกันประมาณ ๓๒๒ ตัว ดังนั้นมูลค่าของโลมาจะมีค่า ๓,๔๒๗,๗๒๒–๙,๘๗๑,๘๓๘ ต่อตัว อย่างไรก็ตามมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ที่ศึกษาครั้งนี้เป็นเพียงมูลค่าขั้นต่ำ เพราะเป็นมูลค่าที่ไม่ได้เกิดจากการใช้เพียงอย่างเดียว ถ้ามีการประเมินมูลค่าทางตรงบางประการ เช่นมูลค่าที่เกิดจากการท่องเที่ยวก็จะทำได้มูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของสัตว์ทั้งสองชนิดมีมูลค่าถูกต้องมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดกลไกทางการเงินในการบริหารจัดการสัตว์ทั้งสองชนิดได้ดีขึ้น