ประเภทและปริมาณของขยะทะเลที่พบบริเวณชายหาดจังหวัดชลบุรีและเพชรบุรี ปี พ.ศ. ๒๕๕๗
Type and Amount of Marine Garbage Found on Beaches in Chonburi and Phetchaburi Provinces in 2014
เผ่าเทพ เชิดสุขใจ1 ณรงค์ฤทธิ์ เลิศเกษตรวิทยา1 ธีรวัตร เปรมปรี1 ไพรินทร์ เพ็ญประไพ1 ชุติมา เหลืองขมิ้น1 สุระชัย ภาสดา1
กฤษฏ์ นิคมจิต1 และสุหทัย ไพรสานฑ์กุล2
1ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน ๑๒๐/๑ ม. ๖ ต. บางหญ้าแพรก อ. เมือง จ. สมุทรสาคร
2สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ๑๒๐ หมู่ ๓ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐
บทคัดย่อ
การศึกษาเปรียบเทียบประเภทและปริมาณขยะทะเลบริเวณชายหาดพื้นที่อ่าวไทยตอนบนโดยเลือกจังหวัดชลบุรี และเพชรบุรีเป็นตัวแทน ศึกษา โดยใช้วิธีเก็บตัวอย่างแบบ AMETEC ในช่วงก่อนและหลังมรสุมคือเดือนเมษายนและกันยายน พบว่าปริมาณขยะหลังมรสุมมากกว่าก่อนมรสุมในจังหวัดชลบุรี ส่วนในจังหวัดเพชรบุรีพบลดลงในช่วงหลังมรสุม เนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทั้งนี้ปริมาณขยะในจังหวัดชลบุรีมากกว่าจังหวัดเพชรบุรีทั้งช่วงก่อนและหลังมรสุม โดยในจังหวัดชลบุรีประเภทของขยะที่มีมากที่สุดคือพลาสติกแข็ง คิดเป็นร้อยละ ๒๔ รองลงมาคือกลุ่มเส้นใยและสิ่งทอ ร้อยละ ๒๒ และ ฟิล์มต่าง ๆ ร้อยละ ๑๙ ส่วนในจังหวัดเพชรบุรีพบว่าประเภทของขยะที่มีมากที่สุดมาจากกลุ่มเส้นใยและสิ่งทอ ร้อยละ ๓๖ รองลงมาคือกลุ่มพลาสติกแข็ง ร้อยละ ๓๑ และ ฟิล์มต่าง ๆ ร้อยละ ๑๒ ถึงแม้จำนวนขยะรวมระหว่างทั้งสองจังหวัดจะต่างกันมากคือ ๗,๕๙๗ และ ๗๙๘ ชิ้น แต่ประเภทของขยะที่พบมากที่สุดจากทั้งสองจังหวัดคือกลุ่มเดียวกันทั้ง ๓ อันดับ อย่างไรก็ตามแม้วิธีเก็บตัวอย่างขยะทะเลแบบ AMETEC นั้นใช้บุคคลากร และเวลาที่ใช้คัดแยกตัวอย่างน้อยแต่ก็ไม่สามารถระบุถึงแหล่งที่มาของขยะว่ามาจากกิจกรรมใด ดังนั้นควรมีการปรับปรุงการวิธีการเก็บตัวอย่างที่สามารถระบุถึงแหล่งที่มาของขยะได้ด้วย เพื่อนำไปสู่การจัดการปัญหาขยะทะเลได้อย่างถูกต้อง