เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2566 นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมพิธีเปิดและมอบนโยบายแนวทางการปฎิบัติงานแก่ผู้บริหารและหัวหน้าอุทยานแห่งชาติในพื้นที่ภาคใต้ ที่เข้าร่วมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 22 มาตรา 23 มาตรา 33 มาตรา 64 และมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 รุ่นที่ 1 โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวรายงาน ในโอกาสนี้ ผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวิษณุ แจ้งใจ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติในพื้นที่ภาคใต้และสื่อมวลชนเข้าร่วม ณ ห้องประชุมโรงแรมพีชลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดกระบี่


ในการนี้ ปลัด ทส.ได้เน้นย้ำ ให้ ผอ. สบอ. หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หัวหน้าวนอุทยาน ได้กำชับพนักงานเจ้าหน้าที่ ทำความเข้าใจและปฏิบัติงานตามระเบียบที่กำหนดอย่างเคร่งครัด อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามากระทำการ (ใช้ประโยชน์) ในอุทยานแห่งชาติ (ตามมาตรา 22) หรือการกระทำการของพนักงานเจ้าหน้าที่ในอุทยานแห่งชาติ (ตามมาตรา 23) ต้องไม่ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุทยานแห่งชาติ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับการนำส่ง การเก็บรักษา และการใช้จ่ายเงินเพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และ บำรุงรักษาอุทยานแห่งชาติ (ตามมาตรา 33) ขอให้ดำเนินการด้วยความสุจริต โปร่งใส และสามารถ ตรวจสอบได้ ให้ประชาชนอยู่อาศัยและทำกินในอุทยานแห่งชาติ (ตามมาตรา 64) ชักชวนให้ประชาชนช่วยกันดูแลรักษาป่า และปลูกฟื้นฟูป่าให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ ส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้ของประชาชนที่เป็นมิตรกับป่า ไม่เผาป่า และดูแลป่า ทั้งนี้ อาจจะรวมตัวเป็นเครือข่ายอาสาสมัครประชาชนในการดูแลรักษาป่า การใช้ประโยชน์ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในอุทยานแห่งชาติเพื่อแก้ไข ปัญหาการดำรงชีพ (ตาม มาตรา 65) ซึ่งเป็นการพึ่งพิงทรัพยากรจากป่าควรเก็บหาและใช้ประโยชน์จาก พืชป่า ที่สามารถเกิดใหม่ทดแทนได้ เช่น เห็ด หน่อไม้ ผักหวาน และต้องกำชับไม่เก็บพืชป่าหายากใกล้ สูญพันธุ์ หรือพืชป่าควบคุม ช่วงนี้เป็นฤดูการท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติ เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย(โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์) ส่วนใหญ่จะไปอุทยานแห่งชาติโดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติทางทะเล เป็นเป้าหมายในการท่องเที่ยว ขอให้กำชับพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตรและเกิดความประทับใจ รวมถึงการแต่งกายของเจ้าหน้าที่ การดูแล ความสะอาดของอาคาร สถานที่ ห้องน้ำ สุขา และการบริการด้านที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร ให้ความสาคัญ ด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ต้องมีหน่วยดูแล รักษาพยาบาลเบื้องต้น และการทำเครื่องหมายแสดงพื้นที่ต้องห้าม เช่น การลงเล่นน้ำ ห้ามเข้าสถานที่ เสี่ยง เช่นหน้าผา ทำความเข้าใจผู้ประกอบการในการปฏิบัติตนของนักท่องเที่ยวในการรักษาทรัพยากร เช่น ไม่ทำลายหรือสร้างความเสียหาย เช่น ปะการัง การเก็บของป่า หรือขีด/เขียนหน้าผา



ภาพ/ข่าว: ส่วนสื่อสารองค์กร