วันที่ 28 เมษายน 2566 เวลา 10.00 น. นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (รรท.อทช.) พร้อมด้วยนางดาวรุ่ง ใจจริง ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน นายสมไชย เก้าเอี้ยน ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 และคณะเจ้าหน้าที่ในสังกัด ลงพื้นที่ร่วมประชุมชี้แจงประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจการเข้าร่วมโครงการป่าชายเลนสำหรับชุมชนท้องที่ ชุมชนบ้านพรุจูด หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง โดยมีนายบรรจง นฤพรเมธี ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ นายจำรัส ผลบุญ รองนายก อบต. บ่อหิน นายธรรมรัตน์ คงหวาน กำนันตำบลบ่อหิน นายนิกร ทองหอม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลบ่อหิน และราษฎรในพื้นที่ จำนวน 39 คน เข้าร่วมประชุมรับฟังการชี้แจงข้อมูล ขั้นตอนในการจัดทำโครงการป่าชายเลนสำหรับชุมชน และในที่ประชุมได้มีมติเข้าร่วมโครงการ เนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการป่าชายเลนสำหรับชุมชนท้องที่ชุมชนบ้านพรุจูด เพื่อดำเนินการเสนอโครงการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของโครงการฯ



จากนั้นในวันเดียวกัน เวลา 14.30 น. นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (รรท.อทช.) พร้อมคณะลงพื้นที่ร่วมประชุมชี้แจงประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจการเข้าร่วมโครงการป่าชายเลนสำหรับชุมชนท้องที่ ชุมชนบ้านตะเสะ หมู่ที่ 4 ตำบลตะเสะ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง โดยมีนายแสวง ขุนอาจ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดตรัง นายเริง ท้ายอ้น รองนายก อบต. ตะเสะ และราษฎรในพื้นที่ จำนวน 30 คน เข้าร่วมประชุมรับฟังการชี้แจงข้อมูล ถึงขั้นตอนในการจัดทำโครงการป่าชายเลนสำหรับชุมชน รวมถึงขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต สำหรับชุมชน ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีมติเข้าร่วมโครงการ เนื้อที่ประมาณ 600 ไร่ พร้อมเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการป่าชายเลนสำหรับชุมชนท้องที่ชุมชนบ้านตะเสะ เพื่อดำเนินการเสนอโครงการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน ต่อไป



ประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพร้อมจะยกระดับการดำเนินงาน เพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปี ค.ศ. 2065 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเร่งดำเนินการรับมือและแก้ไขการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย พร้อมทั้งขอความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคท้องถิ่น ชุมชน ในการยกระดับการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตใน 2 ลักษณะ ได้แก่ คาร์บอนเครดิตสำหรับบุคลากรภายนอก และคาร์บอนเครดิตสำหรับชุมชน เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งซักซ้อมกรอบแนวทาง ติดตามภารกิจ รวมถึงสรุปปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน อีกทั้งได้ออกระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ว่าด้วยการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตที่ได้จากการปลูกและบำรุงป่าชายเลน สำหรับบุคคลภายนอก และสำหรับชุมชน ป่าชายเลนถือเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ สามารถเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านการใช้ คาร์บอนเครดิตได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการจัดการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ และยังสามารถรักษาสมดุลของความหลากหลายทางชีวภาพได้อีกด้วย
ภาพ/ข่าว: ส่วนสื่อสารองค์กร