วันที่ 18 กรกฎาคม 2566 นายอภิชัย เอกวนากุล รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (รรท.อทช.) นำคณะลงพื้นที่ประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการป่าชายเลน สำหรับชุมชน และโครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต สำหรับชุมชน โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ดุสิต เวชกิจ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ด้านส่งเสริมการมีส่วนร่วม และนายโสภณ ทองดี อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยนางดาวรุ่ง ใจจริง ผอ.กองอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน นายวิษณุ แจ้งใจ ผอ.สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 (กระบี่) นายสมไชย เก้าเอี้ยน ผอ.สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 (ตรัง) นายประถม รัสมี ผอ.สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 (พังงา) รวมถึงนายมนูญ คุ้มรักษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ และนายอภิสิทธิ์ เสนาวงค์ ผู้แทนจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ตลอดจนคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และผู้แทนสมาชิกป่าชายเลนสำหรับชุมชนในพื้นที่จังหวัดระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา สตูล ตรัง และกระบี่ เข้าร่วมประชุมจำนวน 250 คน ณ ห้องประชุมช้างเผือก องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่



สำหรับการจัดประชุมดังกล่าว เป็นการพบปะพูดคุยและชี้แจงเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เครือข่ายป่าชายเลนชุมชนภาคใต้ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนแต่ละพื้นที่ได้รับทราบและเข้าร่วมโครงการฯ โดยปัจจุบันมีชุมชนที่สนใจยื่นแสดงความจำนงขอขึ้นทะเบียนโครงการป่าชายเลนสำหรับชุมชนแล้วจำนวน 58 ชุมชน เนื้อที่ 94,031 ไร่ และสำหรับบุคคลภายนอก จำนวน 14 หน่วยงาน เนื้อที่ 41,000 ไร่ อีกทั้งเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนร่วมสนับสนุนโครงการฯ ซึ่งขณะนี้บริษัทสยามทีซี เทคโนโลยี จำกัด และบริษัทสามลม จำกัด ได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการฯ ในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เกิดประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ ภายในงานได้มีการบรรยายสร้างความรู้ ความเข้าใจ จากผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแนวทางการจัดทำโครงการป่าชายเลน สำหรับชุมชน โครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต สำหรับชุมชน และสำหรับบุคคลภายนอก เพื่อขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VER) ให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน




ภาพ/ข่าว: ส่วนสื่อสารองค์กร