วันที่ 7 สิงหาคม 2566 ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยนายวิษณุ แจ้งใจ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 นายสุเทพ เจือละออง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน และเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ลงพื้นที่จังหวัดพังงา และจังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์การปนเปื้อนของน้ำมัน ร่วมกับนายสรศักดิ์ รณะนันทน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ โดยขณะนี้พบว่าชายฝั่งได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันเป็นระยะทาง 125 กิโลเมตร ตั้งแต่หาดคึกคัก จังหวัดพังงา ทางตอนเหนือในวันที่ 2 สิงหาคม 2566 ไปจนถึงตอนใต้ของจังหวัดภูเก็ต บริเวณเกาะราชาใหญ่ (ขึ้นฝั่งวันที่ 6 สิงหาคม 2566) โดยคราบน้ำมันถูกพัดขึ้นฝั่งตลอดเวลาทุกวัน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเฝ้าระวังและติดตามผลกระทบอย่างต่อเนื่องในระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งโดยเฉพาะระบบนิเวศปะการัง รวมถึงการติดตามการปนเปื้อนของสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในน้ำทะเล เพื่อประเมินผลกระทบต่อคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง ผลกระทบต่อเต่าทะเล (ขณะนี้พบเต่าทะเลเกยตื้นมีชีวิตปนเปื้อนคราบน้ำมัน จำนวน 3 ตัว) นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กรม ทช. พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และอาสาสมัครชุมชนในพื้นที่ สนับสนุนการเก็บและการนำก้อนน้ำมันที่ปนเปื้อนบริเวณชายหาด เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป สำหรับการตรวจสอบที่มาของคราบน้ำมัน กรมเจ้าท่าโดยสำนักงานเจ้าท่าสาขาภูเก็ต ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง พบว่า มีเรือเดินสมุทรแล่นผ่านทางตะวันออกของภูเก็ตระยะห่าง 80 ไมล์ทะเล จำนวน 18 ลำ เป็นเรือสินค้า 10 ลำ เรือบรรทุกน้ำมัน 7 ลำ และเรืออื่น ๆ 1 ลำ และไม่พบการขออนุญาต ballast exchange กรม ทช. ดำเนินการวิเคราะห์แบบจำลองย้อนหลังเพื่อหาช่วงเวลาและพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบกับข้อมูลของกรมเจ้าท่าในการหาที่มาของน้ำมัน สำหรับการวิเคราะห์ชนิดและที่มาของน้ำมันดิน ซึ่งขณะนี้ได้มีการส่งตัวอย่างน้ำมันไปวิเคราะห์ที่ห้องปฎิบัติการการบ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมัน คราบน้ำมัน และก้อนน้ำมันดิน สคพ.13 (ชลบุรี) กรมควบคุมมลพิษ ทั้งนี้รายละเอียดเพิ่มเติมจะมีการรายงานให้ทราบต่อไป




ภาพ/ข่าว: ส่วนสื่อสารองค์กร