วันที่ 15 สิงหาคม 2566 เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร สังกัดศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) ช่วยเหลือรักษาเต่าทะเลเกยตื้นมีชีวิต ดังนี้
1) เต่าทะเลเกยตื้นมีชีวิต บริเวณเกาะคอเขา ตำบลเกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เจ้าหน้าที่ศวอบ. จึงประสานนำส่งเต่าหญ้าจากเกาะคอเขามายังศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 10 (ตะกั่วป่า พังงา) จังหวัดพังงา โดยเจ้าหน้าที่ศวอบ. เข้าช่วยเหลือและตรวจสอบ พบเป็นเต่าหญ้า (Lepidochelys olivacea) โตเต็มวัย เพศเมีย ความยาวกระดอง 71 เซนติเมตร ความกว้างกระดอง 71.5 เซนติเมตร น้ำหนัก 40 กิโลกรัม ความสมบูรณ์ร่างกายอยู่ในระดับปกติ พบบาดแผลที่กระดองส่วนท้ายเล็กน้อยจากการเกยตื้น ใบพายหน้าขวาขาดหายไปโดยเป็นแผลเก่าซึ่งสมานแล้ว
2) เต่าทะเลเกยตื้นมีชีวิต บริเวณหาดบางม่วง ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงาเจ้าหน้าที่ศวอบ. จึงประสานนำส่งเต่าทะเลมายังศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 10 (ตะกั่วป่า พังงา) จังหวัดพังงา โดยเจ้าหน้าที่ศวอบ.เข้าช่วยเหลือและตรวจสอบ พบเป็นเต่ากระ (Eretmochelys imbricata) วัยเด็ก ความกว้างกระดอง 27.5 เซนติเมตร ความยาวกระดอง 30.5 น้ำหนัก 4 กิโลกรัม
3) เต่าทะเลเกยตื้นมีชีวิต บริเวณหาดนาเกลือ ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา จึงประสานนำส่งเต่าทะเลมายังศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร ศวอบ. โดยเจ้าหน้าที่ศวอบ. ตรวจสอบ พบเป็นเต่าหญ้า (Lepidochelys olivacea) วัยรุ่น ความยาวกระดอง 41 เซนติเมตร ความกว้างกระดอง 44 เซนติเมตร น้ำหนัก 10 กิโลกรัม สภาพอ่อนแรง มีภาวะขาดน้ำรุนแรง พบคราบน้ำมันปกคลุมร่างกายภายนอกทั้งหมด พบบาดแผลจากการเกยตื้น พบบาดแผลพันรัดที่ใบพายทุกส่วน และพบบาดแผลแตกรุนแรงที่กระดองท้อง ซึ่งเป็นบาดแผลจากการเกยตื้น
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ศวอบ. จึงได้เคลื่อนย้ายเต่าทะเลดังกล่าวมายังศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร เพื่อรักษาพักฟื้นต่อไป