วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2567 โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) ตลอดจนคณะกรรมการฯ และผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
การประชุมครั้งนี้ ร่วมกันพิจารณาถึง (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะทะเลระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) เพื่อนำไปใช้เป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานแก้ไขปัญหาขยะทะเลแบบบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานดังกล่าวมีประสิทธิภาพ และเห็นผลเป็นรูปธรรม นำไปสู่การบริหารจัดการขยะทะเลของประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเร่งพิจารณา (ร่าง) แผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2568) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนการดำเนินอนุรักษ์และคุ้มครองพะยูนแหล่งที่อยู่อาศัยพะยูนในประเทศไทยให้มีความต่อเนื่อง และเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับพะยูนและแหล่งที่อยู่อาศัย โดยยึดเป้าหมายการรักษาบ้านของพะยูน รวมถึงการรักษาแหล่งหญ้าทะเลที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนให้มีความอุดมสมบูรณ์ โดยมิติของการอนุรักษ์ พะยูน เพื่อการรักษาความสมบูรณ์ของท้องทะเลไทย
ผลการประชุมในครั้งนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจำนวน 4 แผน ประกอบด้วย นโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ พ.ศ. 2566-2570 แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะทะเลระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566–2570) แผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2568) และแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา (พ.ศ. 2567–2576) พร้อมทั้งเห็นชอบการกำหนดแนวเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประเภทชายหาด ปะการัง กัลปังหา แหล่งหญ้าทะเล สัตว์ทะเลหายากหรือใกล้สูญพันธุ์ สิ่งมีชีวิตในแนวปะการังหรือแหล่งหญ้าทะเล และแหล่งอาศัยหรือแหล่งหากินของสัตว์ทะเลหายากหรือใกล้สูญพันธุ์ ในพื้นที่ตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ อีกทั้งคณะกรรมการฯ ได้เห็นชอบแผนที่ข้อมูลวิชาการของระบบกลุ่มหาดประเทศไทย ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566-2567) ที่เพิ่มเติมอีกจำนวน 21 กลุ่มหาด รวมปัจจุบัน 44 กลุ่มหาด
ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ส่งเสริมให้เครือข่ายชุมชนชายฝั่ง และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลทั่วประเทศเข้ามามีบทบาทในการปกป้อง คุ้มครอง ดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นับว่าเป็นกำลังสำคัญต่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมทางทะเล เนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดและได้รับผลกระทบโดยตรงจากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในท้องถิ่นอีกด้วย