เมื่อเวลา 10.30น.วันที่ 16 ธ.ค.58น.ส.ราตรี จันทรัตน์ ประมงอำเภอละแม จ.ชุมพร ลงพื้นที่หมู่ 9 ตำบลสวนแตง อ.ละแม หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่าในพื้นที่ว่าเกิดปรากฏการณ์ แพลงก์ตอนบลูม แพลงก์ตอนโตเร็วจนออกซิเจนไม่พอหรือที่ชาวบ้านเรียกปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ บริเวณริมชายหาดอำเภอละแมยาวไปจนถึงอำเภอหลังสวนระยะกว่า 40 กิโลเมตรส่งผลให้น้ำทะเลมีสีเขียวคล้ำและมีกลิ่นเหม็นคาวน.ส.ราตรี กล่าวว่า ปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ แต่ครั้งนี้ยอมรับว่ามีจำนวนมากกว่าที่ผ่านมาโดยปรากฏการณ์ แพลงก์ตอนบลูม ในอำเภอละแมเริ่มเกิดตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ของเมื่อวาน (15 ธ.ค.) ยาวหลายกิโลเมตร
โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอละแม ก็กินพื้นที่กว่า12 กิโลเมตร และเท่าที่ทราบยังเกิดขึ้นในพื้นอำเภอหลังสวนอีกคาดว่ามีความยาวไม่ต่ำกว่า40 กิโลเมตร ส่งผลให้น้ำทะเลเป็นสีเขียวขุ่น หากมีจำนวนมากก็จะส่งผลให้น้ำขาดอ็อกซิเจนทำให้ปลาและสัตว์ทะเลบางส่วนตายได้ และจากการสังเกตุพบว่ามีปลาบางชนิดเริ่มขึ้นลอยคอขึ้นมาหายใจตามผิวน้ำแต่ก็มีจำนวนไม่มาก และในขณะนี้ขอยืนยันว่ายังไม่ส่งผลกระทบจนทำให้ปลาตายแต่อย่างใดเบื้องต้นได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ต้นสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อมาเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบต่อไป
ในขณะชาวประมงชายฝั่ง ให้ความเห็นว่า ปกติชายทะเลแถบนี้ไม่เคยเกิดขี้ปลาวาฬ หรือ แพงตอนก์บูม เลย ภายหลังเกิดคราบน้ำมันในพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อ.ละแม อ.หลังสวน จนมีเต่าทะเลได้รับบาดเจ็บ ชาวประมงชายฝั่งไม่สามารถออกไปทำการประมงได้แล้วยังมาเกิดภัยพิบัติในวันนี้อีก เชื่อว่า เป็นเพราะคราบน้ำมันทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำทะเลมีน้อยลงอย่างรวดเร็วจนเกิดแพลงตอนก์บูม แต่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เพียงแต่บอกว่า ต้องรอพิสูจน์คราบน้ำมันอีก 1 เดือน แล้วอาชีพชาวประมงชายฝั่งจะให้ทำอย่างไร
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.nationtv.tv/main/content/social/378481711/