กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

กรมทะเล จับมือ บริษัท เนเจอร์มายด์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ลงนาม MOU การศึกษา วิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน

  • 21 เม.ย. 2568
  • 1,291
กรมทะเล จับมือ บริษัท เนเจอร์มายด์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ลงนาม MOU การศึกษา วิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน

     วันที่ 21 เมษายน 2568 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับ บริษัท เนเจอร์มายด์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการศึกษา วิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อสนับสนุนงานด้านการอนุรักษ์ โดยมีนายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วย ดร.ปีแอร์ เอโชบาด์ ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เนเจอร์มายด์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เป็นประธานและร่วมลงนามในครั้งนี้ โอกาสนี้นางสุมนา ขจรวัฒนากุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และนางสาวชลดา จันปุ่ม ที่ปรึกษาโครงการฯ ตลอดจนคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ทช. ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมลำแพน ชั้น 9 กรม ทช. สำหรับการลงนามในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือในการศึกษา วิจัยที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงระบบนิเวศทางทะเล เพื่อสนับสนุนงานด้านการอนุรักษ์ โดยเน้นไปที่การอนุรักษ์หญ้าทะเล พะยูน สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ รวมถึงการวิจัยเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ได้แก่ ระบบนิเวศป่าชายเลน ระบบนิเวศปะการัง และระบบนิเวศหญ้าทะเล โดยใช้แนวทางการขับเคลื่อนโดยชุมชน เป็นต้น อันจะนำไปสู่ความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ยั่งยืนต่อไป
          ความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กับบริษัท เนเจอร์มายด์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างยั่งยืน โดยการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งเน้นที่การศึกษาและวิจัยเชิงวิชาการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำผลการวิจัยไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
          การดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวจะใช้แนวทางแบบมีส่วนร่วม โดยเฉพาะการขับเคลื่อนผ่านชุมชนในท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความเข้าใจและตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูหญ้าทะเล ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของพะยูน การดูแลประชากรสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ ตลอดจนการฟื้นฟูระบบนิเวศที่ถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง เช่น ป่าชายเลนและแนวปะการัง ทั้งนี้ยังเป็นการวางรากฐานเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศในระยะยาวอีกด้วย

 

ข่าว: จารุเดช ศรีงาม นักประชาสัมพันธ์
ภาพ: วุฒิภัทร วิมุกตานนท์ นายช่างภาพชำนาญงาน

อัลบั้มภาพ

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง