วันที่ 13 สิงหาคม 2568 ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) เป็นประธานเปิดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) คู่มือมาตรฐานวิธีการ และแผนการฟื้นฟูปะการัง ระยะ 5 ปี โดยกลุ่มวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นผู้จัดประชุม โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน หัวหน้าคณะดำเนินงานโครงการฯ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการประชุม พร้อมกันนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิด้านปะการัง ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในสังกัด ทช. เข้าร่วมประชุม ณ ห้อง ไอวี่ 5 ชั้น 2 อาคารทีเค 3 โรงแรมทีเคพาเลท แอนด์ คอนเวนชั่น แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงวิธีการฟื้นฟูและแนวทางการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูปะการัง อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการ
ดำเนินงานและการบริหารจัดการปะการังของประเทศไทย พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้นำเสนอ และรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) คู่มือมาตรฐานวิธีการ และแผนการฟื้นฟูปะการังระยะ 5 ปี เพื่อนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากการประชุมมาพิจารณาปรับปรุง (ร่าง) คู่มือมาตรฐานวิธีการฯ ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ต่อไป
คู่มือมาตรฐานวิธีการและแผนการฟื้นฟูปะการัง ระยะ 5 ปี จัดทำขึ้นเพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นระบบสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิจัย และชุมชนท้องถิ่นในการฟื้นฟูแนวปะการังที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีความสมบูรณ์อีกครั้ง โดยเน้นการใช้วิธีการตามหลักวิชาการที่ได้รับการทดสอบและยอมรับ เช่น การสำรวจและประเมินสภาพ การคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม การเพาะเลี้ยงปะการังในสถานีอนุบาล การปลูกและติดตามผล ตลอดจนการบำรุงรักษาเพื่อลดการสูญเสียหลังการปลูก
ความสำคัญของคู่มือนี้อยู่ที่การสร้างมาตรฐานกลาง เพื่อให้การฟื้นฟูปะการังดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถวัดผลได้ และลดความซ้ำซ้อนของการทำงานระหว่างหน่วยงาน อีกทั้งยังเป็นการวางแผนระยะยาว 5 ปี ที่กำหนดเป้าหมายชัดเจน ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การดำเนินการ การขยายผล จนถึงการประเมินและส่งต่อองค์ความรู้ เพื่อให้เกิดการต่อยอดอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ คู่มือนี้ยังมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ในการร่วมกันอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรปะการังอย่างรับผิดชอบ พร้อมทั้งกำหนดมาตรการลดปัจจัยคุกคาม เช่น มลพิษ ขยะทะเล และการท่องเที่ยวที่กระทบต่อระบบนิเวศ เพื่อให้แนวปะการังเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่คงอยู่และสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลในระยะยาว


ข่าว: จารุเดช ศรีงาม นักประชาสัมพันธ์
ภาพ: ณัฏฐพล หนูเทศ เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา