ตามที่มีข่าวเรื่องพบซากวาฬ บรูด้าติดอวนตาย ลอยกลางทะเลเกาะล้าน จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเล เมืองพัทยา ว่าซากวาฬดังกล่าว มีสภาพเน่ามากเหลือเพียงเศษหนังและก้อนไขมันเละจนไม่สามารถระบุชนิดได้ ลอยอยู่บริเวณหน้าหาดตาแหวน เกาะล้าน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า มีรายงานการพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 โดยชาวประมงในพื้นที่เป็นผู้พบ บริเวณใกล้กับเกาะรางเกวียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ห่างจากฝั่งประมาณ 12.7 กิโลเมตร จากการสอบถามพบว่าสภาพซากแรกพบเน่ามาก มีความยาวประมาณ 4 เมตร อวัยวะบางส่วนขาดหายไป มีอวนพันอยู่บริเวณซากวาฬ และมีเชือกพันบริเวณครีบอก หลังจากได้รับเรื่องการพบซากวาฬ ได้มีการติดตามซากวาฬแต่ไม่พบ เนื่องจากระหว่างวันที่ 1-3 พ.ย. 2568 สภาพอากาศมีลมแรงและฝนตกหนักต่อเนื่อง จนมาพบซากอีกครั้งบริเวณเกาะล้าน ในวันที่ 4 พ.ย. 2568
จากการตรวจสอบสภาพซากไม่สามารถระบุร่องรอยของอวนและรอยโรคได้ เนื่องจากสภาพของซากเหลือเพียงก้อนไขมันและผิวหนังส่วนท้อง จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเล เมืองพัทยา ดำเนินการลากซากวาฬที่เหลืออยู่ ออกไปทิ้งกลางทะเลเปิด โดยคาดว่าซากของวาฬจะจมลงสู่ทะเลต่อไป จากการใช้แบบจำลอง General NOAA Operational Modeling Environmen โดยใช้ข้อมูลกระแสน้ำและกระแสลม เพื่อตรวจสอบการเคลื่อนที่ของซาก พบว่าซากวาฬมีการเคลื่อนที่จากจุดแรกที่พบคือเกาะรางเกวียน อ.สัตหีบ ขึ้นไปทางเหนือบริเวณหาดตาแหวน เกาะล้าน อ.บางละมุง (Run forward) และเคลื่อนที่ลงใต้ไปยังพื้นที่เกาะครามใหญ่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี (Run backward) สันนิษฐานว่ามีเหตุให้วาฬตายพื้นที่ระหว่างเกาะครามใหญ่-เกาะรางเกวียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งทำการประมงอวนปู อวนลอย และมีการท่องเที่ยวตกปลา
ทั้งนี้ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี มีเรือประมงที่แจ้งผ่านศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก (PIPO) มี 27 ลำ ประกอบด้วย 3 เครื่องมือ ได้แก่ 1. อวนล้อมจับปลากะตัก 2. อวนครอบปลากะตัก 3. อวนช้อนยกปลากะตัก (ข้อมูลจากประมงจังหวัดชลบุรี (หน่วย Pipo))