วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ดำเนินการอย่างเร่งด่วนตามข้อสั่งการของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหลายจังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และน้ำทะเลหนุน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นำกำลังพลกว่า 132 คน รถยนต์ 31 คัน เรือท้องแบน/เรือยาง/เรือหางยาว/เรือ 20 ฟุต/เรือฉลามขาว รวมจำนวน 29 ลำ ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 22 พื้นที่

จังหวัดสงขลา
ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่
ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่
ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่
ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา
เขต 8 ถนนราษฎร์อุทิศ
เทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่
เทศบาลควนลัง

จังหวัดตรัง
ตำบลย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว

จังหวัดสตูล
ตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล
ตำบลละงู อำเภอละงู

จังหวัดปัตตานี
ตำบลคลองใหม่ อำเภอยะรัง
ตำบลปะกาฮะรัง อำเภอเมือง

มอบ เครื่องอุปโภค–บริโภค และน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบภัย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
• น้ำดื่ม 9,900 ลิตร
• อาหาร 550 กล่อง
• เครื่องยังชีพ 1,360 ชุด

ให้ความช่วยเหลือประชาชน อพยพผู้ประสบอุทกภัยไปยังศูนย์พักพิงและพื้นที่ปลอดภัย

ลำเลียงผู้ป่วย เด็ก และผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้นำส่งโรงพยาบาลและพื้นที่ปลอดภัย
ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ตั้งศูนย์รับแจ้งการขอความช่วยเหลือ โดยดำเนินการช่วยเหลือไปแล้ว 22 เคส และประสานร่วมกับหน่วยงานอื่นให้การช่วยเหลือแล้ว 25 เคส

บินโดรนสำรวจ เพื่อค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พบเหตุการณ์ไฟไหม้บริเวณธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)(LH Bank) จึงได้ทำการประสานงานกับหน่วยงานดับเพลิง

นำ power station จำนวน 4 เครื่อง ให้ประชาชนขาดการติดต่อสื่อสารจากบุคคลภายนอกมาแล้วถึง 6 วัน ได้ชาร์จแบตเตอรี่มือถือ จำนวน 229 คน

ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการระมัดระวังและป้องกันจากเหตุไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าช๊อต และอันตรายจากสัตว์มีพิษที่มาในช่วงหน้าฝน
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการช่วยเหลือภายใต้แนวคิด “ทส. หนึ่งเดียว” พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยในทุกจังหวัดภาคใต้อย่างใกล้ชิด และสนับสนุนกำลังคน อุปกรณ์ และยานพาหนะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มกำลัง จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องภาคใต้ทุกคน เราจะผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน