วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ดำเนินการอย่างเร่งด่วนตามข้อสั่งการของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการกำลังเข้าjช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหลายจังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และน้ำทะเลหนุน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นำกำลังพลกว่า 117 คน รถยนต์ 30 คัน เรือท้องแบน/เรือยาง รวมจำนวน 15 ลำ ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 17 พื้นที่

จังหวัดสงขลา
ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่
ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่
เทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่

จังหวัดตรัง
ตำบลย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว

จังหวัดสตูล
ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู
ตำบลละงู อำเภอละงู

จังหวัดปัตตานี
ศาลากลางจังหวัดปัตตานี
ตำบลยุยง อำเภอหนองจิก
ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก
ตำบลม่วงเตี้ย อำเภอแม่ลาน
ตำบลคอลอตันหยง อำเภอหนองจิก
ตำบลสะบารัง อำเภอเมือง
ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง
ตำบลตะโละกาโปร์ อำเภอยะหริ่ง

มอบ เครื่องอุปโภค–บริโภค และน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบภัย

ประสานสำนักงานสาธารณสุข ในการส่งแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าตรวจสุขภาพผู้ประสบภัยที่มาพักพิง และให้คำปรึกษาแนะนำด้านสุขลักษณะของศูนย์พักพิง

ขนย้ายเวชภัณฑ์และยาสำหรับผู้ป่วยที่จะส่งไปโรงพยาบาลสนาม และขนส่งลำเลียงข้าวพร้อมน้ำดื่มแก่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 150 ชุด

สนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาด เช่น ไม้กวาดทางมะพร้าว ไม้ถูพื้น ถุงมือ ถุงดำ

ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย Big Cleaning Day เก็บขยะสิ่งปฏิกูลตามอาคารบ้านเรือน สถานที่ราชการ และตามท้องถนน

นำ power station จำนวน 4 เครื่อง ให้ประชาชนที่ขาดการติดต่อสื่อสารจากบุคคลภายนอกมาแล้วถึง 7 วัน ได้ชาร์จแบตเตอรี่มือถือ จำนวน 364 เครื่องและไฟฉายจำนวน 5 ชุด

ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการระมัดระวังและป้องกันจากเหตุไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าช๊อต และอันตรายจากสัตว์มีพิษที่มาในช่วงหน้าฝน
ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ตั้งศูนย์รับแจ้งการขอความช่วยเหลือ โดยดำเนินการช่วยเหลือไปแล้ว 34 เคส และประสานร่วมกับหน่วยงานอื่นให้การช่วยเหลือแล้ว 26 เคส
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการช่วยเหลือภายใต้แนวคิด “ทส. หนึ่งเดียว” พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยในทุกจังหวัดภาคใต้อย่างใกล้ชิด และสนับสนุนกำลังคน อุปกรณ์ และยานพาหนะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มกำลัง จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องภาคใต้ทุกคน เราจะผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน