กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

อธิบดีกรมทะเล ขับเคลื่อนนโยบายปี 2569 เน้นใช้เรือให้เกิดประโยชน์สูงสุด บูรณาการความมั่นคง–สิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดัน AI สู่การทำงานทุกหน่วย

  • 29 ธ.ค. 2568
  • 1,337
อธิบดีกรมทะเล ขับเคลื่อนนโยบายปี 2569 เน้นใช้เรือให้เกิดประโยชน์สูงสุด บูรณาการความมั่นคง–สิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดัน AI สู่การทำงานทุกหน่วย

          วันที่ 29 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่ผู้บริหารและหน่วยงานในสังกัด เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกรมฯ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในการนี้มีนายเผด็จ ลายทอง และนายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทั้ง 2 ท่าน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมลำแพน ชั้น 9 กรม ทช.

          ที่ประชุม ได้ติดตามผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการที่ผ่านมา โดยเฉพาะการบริหารจัดการเรือของกรมฯ ซึ่งอธิบดีฯ ได้มอบหมายให้หน่วยงานเจ้าของเรือ 804, 805 และ 807 จัดทำแผนการใช้งานเรืออย่างชัดเจน ทั้งภารกิจป้องกันและปราบปราม การนำเรือไปใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้ลอยน้ำ จัดนิทรรศการเผยแพร่ภารกิจของกรมฯ และเปิดให้ประชาชนเข้าชม โดยไม่จอดซ้ำเทียบท่าเดิม พร้อมกำชับให้จัดทำรายงานระบุ สัดส่วนการใช้งานในแต่ละภารกิจ สถานที่จอดเรือ และกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้การใช้เรือเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่เพียงการจอดไว้ที่ท่าเท่านั้น รวมถึงให้จัดทำ แผนแม่บทการจำหน่ายเรือเก่า และกำหนดมาตรฐานการตั้งชื่อเรือ ให้เป็นระบบเดียวกัน อีกทั้งเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย–บูรณาการความมั่นคง อธิบดีฯ เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมความพร้อมสูงสุด ทั้งด้านบุคลากรและยุทโธปกรณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยให้ใช้ข้อมูลจากเรดาร์ตรวจอากาศ ในการติดตามสถานการณ์ล่วงหน้า และจัดทำรายงานสรุปสถานการณ์และผลการช่วยเหลือรายวัน เสนอต่อกระทรวง ขณะเดียวกัน ให้หน่วยงานจัดทำรายงานขอบเขตภารกิจของบุคลากรแบบบูรณาการ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ได้รับประโยชน์จากภารกิจของกรมฯ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล การวิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคง และมาตรการคุ้มครองทรัพยากร ทั้งนี้ที่ประชุมได้เน้นการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะกองทัพเรือ ในพื้นที่โครงการพระราชดำริ เช่น จังหวัดพังงา เกาะแสมสาร และเกาะกระ เพื่อให้การดำเนินงานเกิดการบูรณาการอย่างแท้จริง

          อธิบดีฯ มอบหมายให้ตรวจสอบและประเมินสภาพ เรือ SEAFDEC อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมวิเคราะห์ความคุ้มค่า ความเหมาะสมกับภารกิจ ข้อจำกัดด้านบุคลากร ความพร้อม และข้อดี–ข้อเสีย ก่อนการตัดสินใจใช้งาน นอกจากนี้ ยังได้กำหนดให้ “การนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน” เป็นตัวชี้วัดร่วมของทุกหน่วยงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมสนับสนุนซอฟต์แวร์ที่จำเป็น การจัดทำแบบฟอร์มและระบบนัดหมายออนไลน์สำหรับ DMCR AI Clinic เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร นอกจากนี้ ได้รับทราบรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณปี พ.ศ. 2569 ทั้งผลการเบิกจ่าย ความก้าวหน้าการจัดซื้อจัดจ้าง รายจ่ายลงทุน รายการกันเงินเหลื่อมปี 2568 รวมถึงแผนการใช้จ่ายงบลงทุนปี 2569 ทั้งรายการผูกพันเดิมและผูกพันใหม่ ตลอดจนการเตรียมการพิธีลงนามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 การประชุมครั้งนี้เป็นการสะท้อนแนวทางการบริหารของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่มุ่งเน้น การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โปร่งใส บูรณาการทุกภาคส่วน และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศอย่างยั่งยืน

 

 

 


         

ข่าว : สุนันทา จันทร์บุตรราช นักประชาสัมพันธ์
ภาพ : ณรงค์ ดิลกคุณากุล นักวิชาการโสตทัศนศึกษา

อัลบั้มภาพ

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง