- หน้าแรก Home
-
เกี่ยวกับ ทช.
About Us
เกี่ยวกับ ทช.- เกี่ยวกับเรา
- วิสัยทัศน์ ภารกิจ พันธกิจ
- นโยบายและยุทธศาสตร์
- ค่านิยมหลักและวัฒนธรรมองค์กร
- ความหมายสัญลักษณ์
- เครื่องแบบกรม
- โครงสร้างองค์กร
- ทำเนียบผู้บริหาร
- ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับกรม (DCIO)
- นามสงเคราะห์
- กฎ / ระเบียบ / ข้อบังคับ
- หน่วยงานในสังกัด
- ที่ตั้งหน่วยงานในสังกัด
- ข้าราชการพลเรือนดีเด่น/เพชรจรัสแสง
- ทำเนียบอธิบดี
- ทำเนียบรองอธิบดี
- ทำเนียบบุคลากรอนุกรมวิธาน
- แผนปฏิบัติราชการประจำปี
- คำรับรอง/ผลการปฏิบัติราชการ
- การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT)
- แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม
- รายงานผลการปฏิบัติงาน
- สรุปผลการใช้จ่ายงบประมาณ (GFMIS)
- คู่มือการปฏิบัติงาน
- กฐินพระราชทาน
- ข่าวสาร News
-
ศูนย์ข้อมูลกลาง
Data center
ศูนย์ข้อมูลกลาง- ศูนย์ข้อมูลทะเลและชายฝั่ง
- ศูนย์ข้อมูลทรัพยากรรายจังหวัด
- ระบบรายงานสถานการณ์ประจำวัน
- คลังความรู้ทางทะเลและชายฝั่ง (KM)
- ระบบฐานข้อมูล
- ระบบเฝ้าระวังและเตือนภัย
- ระบบสารสนเทศ
- ระบบบริการประชาชน
- DMCR Mobile Application
- แผนที่ออนไลน์ (Marine Map)
- ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล
- ระบบโครงการสำคัญ
- ระบบงานสำหรับเจ้าหน้าที่
-
สารสนเทศ
Information
สารสนเทศ- ระบบรายงานผลการปฏิบัติงาน (OnePage)
- ระบบใบแจ้งเงินเดือน (e-Slip)
- ระบบปฏิทินผู้บริหาร
- ระบบลงทะเบียนออนไลน์
- ระบบจองห้องประชุม
- ระบบติดตามการแจ้งเรื่องร้องเรียน
- ระบบแจ้งเหตุผ่าน Mobile App.
- ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
- ระบบหนังสือเวียนอิเล็กทรอนิกส์
- จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (workD Mail)
- ฐานข้อมูลทรัพยากรบุคคล (DPIS)
- เอกสารงานคลัง
- ระบบแบบสอบถามออนไลน์
- ระบบปฏิทินกิจกรรม ทช.
- ระบบคิวอาร์โค้ด (DMCR Smart QR)
- บริการประชาชน e-services
- ติดต่อเรา Contact Us

News DMCR
วันที่ 28 มกราคม 2569 ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ยกระดับมาตรการควบคุมกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องมีร่วมรับผิดชอบต่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ “ระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ว่าด้วยผู้ควบคุมและผู้ช่วยควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง พ.ศ.2569” ซึ่งรองรับประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการังจากกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ พ.ศ. 2568 ที่กำหนดให้ผู้ประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง ต้องจัดให้มี ”ผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำ“ เพื่อทำหน้าที่ให้ความรู้ คำแนะนำ ควบคุม กำกับ และดูแลนักท่องเที่ยว ในสัดส่วนที่กำหนดไว้ตามแต่ละประเภทของกิจกรรมการท่องเที่ยวดำน้ำ เพื่อให้การท่องเที่ยวดำน้ำไม่เกิดการทำลายหรือสร้างผลกระทบต่อปะการังและระบบนิเวศในแนวปะการัง
“ผู้ควบคุมและผู้ช่วยผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำ” จะต้องผ่านการอบรมและสอบผ่านหลักสูตรตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ที่ระเบียบดังกล่าวกำหนด ซึ่งหากผู้ประกอบการท่องเที่ยวดำน้ำฝ่าฝืนไม่จัดให้มีผู้ควบคุมผู้ช่วยผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำ หรือบุคคลใดกระทำการที่เป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามอันเป็นการทำลายหรือสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรปะการัง หรือระบบนิเวศในแนวปะการัง จะมีโทษทางอาญา ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ หรืออาจต้องรับโทษตามกฏหมายอื่น ๆ ที่ได้กระทำความผิด สำหรับกรณีผู้ควบคุมและผู้ช่วยผู้ควบคุมที่ฝ่าฝืนจะถูกพิจารณาระงับหรือเพิกถอนการเป็นผู้ควบคุมและผู้ช่วยควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำตามหมวด 5 ของระเบียบดังกล่าว
ดังนั้น กรมทรัพยากรทางทะเลแลชายฝั่ง จึงขอเชิญชวนท่านผู้ประกอบการท่องเที่ยวดำน้ำ นักดำน้ำ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำที่สนใจ เข้ารับการอบรม “หลักสูตรผู้ควบคุมและผู้ช่วยผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง” โดยสามารถสมัครเข้ารับการอบรมได้ 2 ช่องทาง คือ 1. ยื่นสมัครทางไปรษณีย์โดยส่งมาที่กองอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เลขที่ 120 หมู่ 3 อาคารรัฐประศาสนภักดี ชั้น 6 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 หรือสมัครด้วยตนเองที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่ หรือที่กองอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยต้องกรอกข้อมูลตามแบบ ผค.1 แนบท้ายระเบียบ พร้อมเอกสารและหลักฐานประกอบการสมัคร และ 2. ยื่นสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ที่ เว็บไซต์
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขอย้ำว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในระยะยาว โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับการคุ้มครองระบบนิเวศ พร้อมยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวทางทะเลให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อให้แนวปะการังซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศคงความอุดมสมบูรณ์ต่อไปในอนาคต