เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณะบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เปิดเผยว่า เมื่อประมาณเดือนตุลาคม ปี 2558 ตนได้ทำหนังสือถึง กรมสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อขอให้ปิดพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเลในบริเวณ เกาะยูง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ บริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งปะการังเขากวาง ที่สมบูรณ์แหล่งสุดท้ายในทะเลอันดามัน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันและบรรเทาปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึงเมษายนเป็นต้นไป และล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักอุทยานฯได้รับหลักการ และเตรียมจะปิด เกาะยูงแล้วภายในเดือนนี้
“เวลานี้ อุณหภูมิของน้ำทะเล โดยเฉพาะในมหาสมุทรแปซิฟิคสูงมาก จากปรากฏการเอลนีโญ่ ความร้อนดังกล่าวได้แผ่มาถึงบริเวณ เกรตแบร์ริเออร์รีฟ ที่เป็นแหล่งปะการังที่ยาวที่สุดในโลก ที่ประเทศออสเตรเลียแล้ว หากมหาสมุทรอินเดีย ที่อุณหภูมิยังไม่สูงนัก กันน้ำร้อนที่ไหลมาจากมหาสมุทรแปซิฟิคไม่อยู่ โอกาสที่จะทำให้เกิดปรากฏการปะการังฟอกขาว ในบริเวณทะเลอันดามันเป็นไปได้ค่อนข้างสูง จึงต้องหาทางป้องกันเอาไว้ล่วงหน้า โดยต้องทำให้สุขภาพของปะการังบริเวณเกาะยูง ซึ่งเป็นพื้นที่ปะการังสำคัญ ที่มีชีวิตรอดมาจากการฟอกขาวเมื่อปี 2553 การปิดเกาะยูงนั้น จะไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปยุ่มย่าม ทั้งการดำน้ำ และทำกิจกรรมอื่นๆ ทุกประเภท เพื่อเตรียมความพร้อม ให้ปะการังบริเวณนั้นมีสุขภาพแข็งแรงที่สุด หากมหาสมุทรอินเดีย ต้านน้ำร้อนจากมหาสมุทรแปซิฟิคเอาไว้ไม่อยู่ เหล่าปะการังจะมีความพร้อมที่จะรับมือน้ำร้อนมากที่สุด โอกาสที่จะเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวก็จะมีน้อยตามไปด้วย” รศ.ธรณ์ กล่าว
รศ.ธรณ์ กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรก ที่ประเทศไทยประกาศรับมือกับการเกิดปะการังฟอกขาว โดยการหาทางป้องกันอย่างเป็นทางการ ถามว่า ปิดเกาะเป็นการป้องกันปะการังฟอกขาวอย่างไร ตอบว่าป้องกันได้แน่นอน เพราะหากยังปล่อยให้นักท่องเที่ยวเข้าไปดำน้ำและมีกิจกรรมทางทะเลอยู่ อาจมีการเหยียบปะการังเสียหาย ปล่อยน้ำเสีย ทิ้งสมอลงไปรบกวน แม้ปะการังไม่ตายแต่อาจจะมีสุขภาพอ่อนแอ ยากต่อการต้านทานเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในธรรมชาติ แต่หากเสริมความแข็งแรงให้ปะการังตั้งแต่ตอนนี้ โอกาสที่จะรอดพ้นจากการฟอกขาวก็มีมากขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การปิดเกาะยูง ก็ไม่ได้ปิดโอกาสทางการท่องเที่ยว เพราะห่างจากเกาะยูงไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็มีเกาะไผ่ ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำที่สวยงามไม่แพ้เกาะยูงเลย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ระยะเวลาในการปิดเกาะยูงจะนานแค่ไหน รศ.ธรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่มีกำหนด จะปิดไปเรื่อยๆ จนกว่าสถานการณ์อุณหภูมิน้ำทะเลจะเข้าสู่ความเป็นกลาง
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์คมชัดลึก http://www.khaosodonline.com/view_newsonline.php?newsid=1457269271 ภาพประกอบจาก http://th.pattayadailynews.com/