ผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการปลูกหญ้าทะเลและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ประจำปี 2558
วันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558 นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA พร้อมด้วยนายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการปลูกหญ้าทะเลและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ประจำปี 2558 เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 88 พรรษา โดยนายภาณุมาศ ลิ้มสุวรรณ ผู้อำนวยการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวรายงานวัตถุประสงค์โครงการฯ ณ บ้านเกาะมุกด์ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานและกิจกรรมตามแผนแม่บทของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) และนโยบายของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดกิจกรรมปลูกหญ้าทะเลและปล่อยพันธุ์ สัตว์น้ำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 – 2557 ดำเนินการปลูกหญ้าทะเลแล้วจำนวน 75,000 ต้น รวมทั้งปล่อยสัตว์น้ำอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติบริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดตรังให้มีความสมบูรณ์ เพิ่มแหล่งที่อยู่และจำนวนสัตว์น้ำให้มากยิ่งขึ้น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและระบบนิเวศ ส่งเสริมพัฒนาการเพาะพันธุ์วิธีการปลูกหญ้าทะเลควบคู่ไปกับการเพาะพันธุ์และปล่อยสัตว์น้ำสู่แหล่งปลูกหญ้าทะเลผ่านศูนย์การเรียนรู้ธนาคารต้นกล้าหญ้าทะเลบ้านพรุจูดและศูนย์เรียนรู้ธนาคารสัตว์น้ำบ้านเกาะมุก จังหวัดตรัง
รูปแบบการดำเนินกิจกรรมเน้นการมีส่วนร่วมด้านการอนุรักษ์สัตว์น้ำ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกับนักเรียน สถานศึกษา ชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายให้ศูนย์เรียนรู้ธนาคารต้นกล้าหญ้าทะเลบ้านพรุจูดผลิตต้นกล้าหญ้าทะเลจำนวน 25,000 ต้น เพื่อใช้ในกิจกรรม โดยให้นักท่องเที่ยวร่วมปลูกแล้ว 21,000 ต้น ดำเนินการปลูกในวันนี้อีก 4,000 ต้น ศูนย์เรียนรู้ธนาคารสัตว์น้ำบ้านเกาะมุกด์ผลิตสัตว์น้ำเพื่อการอนุรักษ์จำนวน 999,999 ตัว ปล่อยสู่ธรรมชาติในแหล่งปลูกหญ้าทะเล จังหวัดตรังในปี 2558 ทำให้ชุมชนมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัวจากการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติในการประกอบอาชีพประมงและยังส่งเสริมให้ศูนย์การเรียนรู้ทั้ง 2 แห่งมีการบริหารจัดการแบบพึ่งพาตนเองได้ สร้างประโยชน์ต่อชุมชน ก่อให้เกิดการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์หญ้าทะเลและพันธุ์สัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน
Cr. ภาพจาก http://iyatrang.blogspot.com/2016/01/seagrass.html
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ INN - http://www.innnews.co.th/