กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR FACEBOOK

รมว.ทส. สั่งยกระดับคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก หลังพบโลมาอิรวดีตายที่สมุทรสาคร กำชับใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยนำการบริหารจัดการ มุ่งฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

  • 11 พ.ค. 2569
  • 148
รมว.ทส. สั่งยกระดับคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก หลังพบโลมาอิรวดีตายที่สมุทรสาคร กำชับใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยนำการบริหารจัดการ มุ่งฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

🚨รมว.ทส. สั่งยกระดับคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก หลังพบโลมาอิรวดีตายที่สมุทรสาคร กำชับใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยนำการบริหารจัดการ มุ่งฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
🚩วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เรื่องการชันสูตรซากโลมาอิรวดีเกยตื้นบริเวณชายฝั่งตำบลโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร โดยย้ำถึงความเสียใจต่อการสูญเสียสัตว์ทะเลหายาก และได้มอบนโยบายเร่งด่วนในการเข้มงวดมาตรการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ซึ่งจากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน (ศวทบ.) ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ พบว่าเป็น โลมาอิรวดี เพศผู้ ขนาดโตเต็มวัย ความยาว 206 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 150 กิโลกรัม ผลการชันสูตรโดยละเอียดพบว่าสภาพร่างกาย มีความสมบูรณ์ของร่างกายและชั้นไขมันอยู่ในเกณฑ์ดี มีอาหารสะสมในทางเดินอาหาร สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำในบริเวณดังกล่าว ในส่วนสาเหตุการตาย พบรอยของแข็งมีคมตัดบริเวณโคนหางจนขาด ซึ่งมีการตอบสนองของร่างกายระบุได้ว่าแผลเกิดขึ้นขณะมีชีวิต ส่งผลให้เกิด ภาวะช็อกจากการสูญเสียเลือดและความเจ็บปวดอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต
นโยบายการบริหารจัดการเชิงรุก
🎯นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า กิจกรรมมนุษย์ยังคงส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลหายากอย่างมีนัยสำคัญ ผมจึงได้มอบนโยบายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) มุ่งเน้นการทำงานใน 3 มิติหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำรอย ได้แก่ 1. นวัตกรรมและวิชาการนำการจัดการ นำข้อมูลสถิติการเกยตื้นมาวิเคราะห์ร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) และการใช้โดรนตรวจการณ์ เพื่อเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและติดตามประชากรสัตว์ทะเลหายากอย่างใกล้ชิด 2. การมีส่วนร่วมของชุมชน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล (Home Guard) เช่นกรณีนี้ที่ได้รับแจ้งเหตุอย่างรวดเร็วจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเฝ้าระวังและส่งต่อข้อมูล และ 3. การบังคับใช้กฎหมายและสร้างจิตสำนึก บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกวดขันการทำการประมงที่ผิดกฎหมายหรือเป็นอันตรายต่อสัตว์สงวน พร้อมรณรงค์ให้ชาวประมงและผู้ประกอบการท่องเที่ยวตระหนักถึงความสำคัญของระบบนิเวศ
“เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การรักษาชีวิตสัตว์ทะเล แต่คือการรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลของไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ทรัพยากรเหล่านี้คงอยู่ถึงคนรุ่นหลังอย่างยั่งยืน” นายสุชาติ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง