📣กรมทะเล จัดสัมมนาใช้เทคนิค eDNA ระดับโลก เดินหน้าสร้างเครือข่ายวิจัย พลิกโฉมการดูแลระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
📮วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จัดงานประชุมสัมมนา “การวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพด้วยเทคนิคสารชีวโมเลกุลในสิ่งแวดล้อม (Environmental DNA หรือ eDNA)” ณ ห้องประชุมแมกโนเลีย โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยมีนางสุมนา ขจรวัฒนากุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับสากลและระดับประเทศมาร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่ Dr. Michael Marnane จากบริษัท Chevron และ ดร. ศิราวุธ กลิ่นบุหงา จากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานที่เป็นนักวิจัย คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ และเจ้าหน้าที่ ทช. ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมขับเคลื่อนองค์ความรู้นี้ไปด้วยกัน สำหรับไฮไลต์และประโยชน์สำคัญจากการประชุมในครั้งนี้ ประกอบด้วย การนำเสนอผลงานการประยุกต์ใช้เทคนิค eDNA ซึ่งเป็นนวัตกรรมตรวจจับดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตจากตัวอย่างน้ำทะเล ทำให้สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศบริเวณแท่นขุดเจาะ สำรวจชนิดพันธุ์เป้าหมาย และศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วโดยไม่รบกวนธรรมชาติ การเปิดเวทีให้เหล่านักวิจัยได้ร่วมสรุปประเด็น แลกเปลี่ยนมุมมอง และแชร์ประสบการณ์จริงจากการใช้ eDNA เพื่อนำมาต่อยอดและลดช่องว่างในการทำงานวิจัยทางทะเล และกิจกรรมนี้เป็นโอกาสอันดีในการถักทอเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันเสริมสร้างศักยภาพด้านการวิจัยของประเทศ
🚩นางสุมนา ขจรวัฒนากุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวสรุปว่า สำหรับการจัดประชุมสัมมนาดังกล่าวนี้ สอดรับกับนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านการทำงานจาก “การตั้งรับและฟื้นฟู” ไปสู่ “การเชิงรุกเพื่อปกป้องและพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยการขับเคลื่อนนโยบายเชิงบวกที่นำเอาวิทยาศาสตร์ งานวิจัย และเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาเป็นหัวใจหลักในการวางแผนและบริหารจัดการ โดยเทคนิค eDNA จะเป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพสูง ในการช่วยวางแผนบริหารจัดการ รวมถึงปกป้องรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของไทย เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืนส่งต่อถึงอนาคต นอกจากนี้ เราไม่ได้มองว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือควบคุม แต่เรามองว่า เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์คือสะพานเชื่อมที่ทำให้มนุษย์กับมหาสมุทรอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูล ภายใต้การดำเนินงานกระทรวงทรัพย์ยุคใหม่จะใช้ข้อมูลที่แม่นย้ำนำทาง และการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพื่อส่งมอบผืนทะเลไทยที่อุดมสมบูรณ์ มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยโอกาสทางเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ให้กับลูกหลานของเราต่อไปอย่างภาคภูมิใจ