วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) รายงานผลการชันสูตรซากพะยูนที่พบเกยตื้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 บริเวณชายหาดบ้านนอกนา หมู่ 2 ตำบลเกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 10 (ตะกั่วป่า–พังงา) ร่วมตรวจสอบและดำเนินการชันสูตรซาก
ผลการตรวจสอบพบว่าเป็น พะยูนเพศเมียวัยโตเต็มวัย ความยาวลำตัว 279 เซนติเมตร น้ำหนัก 310 กิโลกรัม ซากอยู่ในสภาพเน่าปานกลาง แต่มีสภาพร่างกายโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปกติก่อนเสียชีวิต จากการตรวจภายนอกพบรอยเขี้ยวบริเวณแผ่นหลัง ซึ่งเป็นลักษณะที่สอดคล้องกับพฤติกรรมตามธรรมชาติของพะยูนภายในฝูง และพบรอยถลอกหลายแห่งที่คาดว่าเกิดจากการเกยตื้นหลังเสียชีวิต
การตรวจอวัยวะภายในพบหญ้าทะเลอัดแน่นในกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ แสดงให้เห็นว่าพะยูนยังสามารถกินอาหารได้ตามปกติก่อนเสียชีวิต นอกจากนี้ พบพยาธิในระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งพบก้อนหนองภายในลำไส้เล็ก ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาวะการอักเสบเรื้อรัง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากซากอยู่ในสภาพเน่า ทำให้ไม่สามารถประเมินรอยโรคของอวัยวะภายในและระบุสาเหตุการตายที่แท้จริงได้อย่างชัดเจน
จากข้อมูลเบื้องต้น สัตวแพทย์จึง สันนิษฐานว่าพะยูนตัวดังกล่าวอาจเสียชีวิตจากสาเหตุทางธรรมชาติ โดยยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุการตายได้แน่ชัด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อและตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง ส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ เพื่อประกอบการวินิจฉัยและติดตามสุขภาพประชากรพะยูนในระยะยาว
พะยูนเป็นสัตว์ทะเลหายากและเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งหญ้าทะเล ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีความสำคัญต่อสัตว์ทะเลนานาชนิด การตรวจชันสูตรซากพะยูนทุกครั้งมีบทบาทสำคัญในการศึกษาสุขภาพประชากรพะยูน เฝ้าระวังโรคและปัจจัยคุกคาม รวมถึงนำข้อมูลไปใช้วางแผนอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยว หากพบพะยูนหรือสัตว์ทะเลหายากเกยตื้น บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต อย่าเคลื่อนย้ายหรือสัมผัสซาก และรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามหลักวิชาการ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและการรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลไทย