กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR INFOGRAPHIC

อัปเดตวิกฤต "โลมาไทย" ปี 2567: โลมาหัวบาตรพุ่งทะลุสถิติใหม่ แต่ห่วงโลมาอิรวดี-ปากขวดประชากรลดฮวบ ทะเลสาบสงขลาเหลือแค่ 13 ตัว

  • 23 ก.ค. 2569
  • 3
อัปเดตวิกฤต "โลมาไทย" ปี 2567: โลมาหัวบาตรพุ่งทะลุสถิติใหม่ แต่ห่วงโลมาอิรวดี-ปากขวดประชากรลดฮวบ ทะเลสาบสงขลาเหลือแค่ 13 ตัว

"รายงานสถานการณ์ประชากรโลมาในน่านน้ำไทย ประจำปี 2567" (Thailand Dolphin Population Report 2024) เปิดเผยข้อมูลสำคัญของ โลมา 4 สายพันธุ์หลัก ที่กระจายตัวอยู่ในน่านน้ำไทย ดังนี้:
1. สถิติจำนวนประชากรและแนวโน้ม (เปรียบเทียบปี พ.ศ. 2566 - 2567):
  • โลมาหัวบาตรหลังเรียบ (ประชากรสูงสุด - MAX): มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 พบจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1,432 ตัว (เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปี 2566 ที่สำรวจพบ 887 ตัว)
  • โลมาอิรวดี: สถานการณ์น่ากังวล ประชากรลดลงเหลือ 728 ตัว (ลดลงจากปี 2566 ที่พบ 1,030 ตัว)
  • โลมาหลังโหนก: มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน โดยในปี 2567 พบ 381 ตัว (ลดลงจากปี 2566 ที่พบ 529 ตัว)
  • โลมาปากขวด (ประชากรต่ำสุด - LOW): เผชิญวิกฤตประชากรลดลงอย่างน่าตกใจ เหลือเพียง 218 ตัว (ลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งจากปี 2566 ที่สำรวจพบ 480 ตัว)
2. ลักษณะเด่นและการกระจายตัวตามพื้นที่อยู่อาศัยหลัก:
  • โลมาอิรวดี: มีลักษณะหัวมนกลม พบได้ทั้งในน้ำเค็มและน้ำจืด มีพื้นที่สำรวจหลักอยู่ที่อ่าวไทยตอนบน และ จ.ตราด นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เป้าหมายพิเศษคือ "ทะเลสาบสงขลา" ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรน้ำจืดพิเศษที่ตกอยู่ในวิกฤตเนื่องจากหลงเหลืออยู่เพียง 13 ตัวเท่านั้น
  • โลมาหัวบาตรหลังเรียบ: จุดเด่นคือไม่มีครีบหลัง หัวกลมคล้ายบาตรพระ พบกระจายตัวอยู่ทั่วไปในอ่าวไทย
  • โลมาหลังโหนก: มีโหนกที่ฐานครีบหลัง และสีผิวจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูเมื่ออายุมากขึ้น พบหนาแน่นในพื้นที่อ่าวไทยตอนล่างและอันดามันตอนล่าง ครอบคลุมจังหวัดสุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ตรัง และสตูล
  • โลมาปากขวด: มีจะงอยปากยื่นชัดเจน ฉลาดและเป็นมิตร มีจุดสำรวจหลักที่พบอาศัยอยู่หนาแน่นบริเวณฝั่งอันดามัน (พังงา และภูเก็ต)
แหล่งที่มา : รายงานสถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศ พ.ศ. 2567