กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR PUBLICATIONS

แผนการจัดการทรัพยากรที่ดินชายฝั่งทะเลจังหวัดสมุทรสงคราม

  • มีผู้สนใจ จำนวน 907 คน

มกราคม 2551

-

จังหวัดสมุทรสงคราม แตเดิมเรียกเมืองแมกลอง การตั้งถิ่นฐานบริเวณปากแมน้ําแหงดินแดนแหงนี้ สันนิษฐานวา คนกลุมแรกเปนชาวแมกลอง(เดิม) จากจังหวัดอุทัยธานี อพยพมาตั้งบานเรือนในถิ่นนี้ ชาวแมกลอง(เดิม) ในจังหวัดอุทัยธานีเปนชาวแมน้ํา เคยอยูริมแมน้ํากําแพงเพชรมากอน เมื่อแมน้ํานั้นตื้นเขิน การทํามาหากินของราษฎรฝดเคือง จึงพากันอพยพมาหาทําเลที่อยูใหม เรียกหมูบานที่ตั้งขึ้นใหมวา“บานแมกลอง” ตามชื่อบานเดิมของตน ที่มาของชื่อบานแมกลอง นอกจากที่กลาวอางแลว ยังมีเรื่องราวที่เลาสืบเนื่องกันมา วาดวยเรื่องกลองใหญ ที่วัดใหญ ตําบลแมกลอง อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม มีนัยแบงเปน 2 ทาง คือ สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวรัชกาลที่ 5 หลวงศรีสวัสดิ์(ชื่น เทพสุวรรณ) นายอําเภอเมืองศรีสุวรรณ จังหวัดกาญจนบุรี ยายมาเปนนายอําเภอแมกลอง ไดนําซุงตนใหญที่ไดมาจากจังหวัดกาญจนบุรีมาขุดทํากลองใบใหญขึ้นหนึ่งใบ ขึงดวยหนังวัว กระทิงจากปาเมืองกาญจนบุรี ครั้นสรางเสร็จแลวไดนํามาถวายที่วัดใหญ ตําบลแมกลอง อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ทางราชการสมุทรสงครามจึงทําตราของจังหวัดเปนรูปกลองลอยน้ำ สองฟากฝงเปนตนมะพราวอันเปนสัญลักษณอาชีพหลักของจังหวัดสมุทรสงคราม เรื่องกลองใหญนี้ยังมีที่มาอีกนัยหนึ่งเปนนิยายชาวบานเลาขานตอๆมา วามีกลองใบใหญลอยมาติดหนาวัดใหญ และชาวบานชวยกันเก็บไวที่วัด และกลองใบใหญนี้ก็ยังมีปรากฏใหเห็นอยูที่วัดใหญจนปจจุบัน กลองใบนี้เปนกลองขนาดใหญมาก จึงเรียกวา แมกลอง

0 เล่ม

สำนักการจัดการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลและพื้นที่ชายฝั่ง

กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง

-

การบริหารจัดการ

19 ธ.ค. 2556

ตัวอย่างหนังสือ