มกราคม 2564
-
การกัดเซาะชายฝั่ง เป็นการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งที่ทำให้แนวชายฝั่งถอยร่นเข้าไปในแนวแผ่นดิน ปัจจัยที่ส่งผลต่อการกัดเซาะชายฝั่งมาจากกระบวนการสมุทรศาสตร์ (คลื่น ลม กระแสน้ำ น้ำขึ้นน้ำลง การเคลื่อนที่ของตะกอนบริเวณชายฝั่ง) การสะสมตัวของตะกอนบริเวณชายฝั่ง ทำให้แนว ชายฝั่งเดิมมีการเปลี่ยนแปลงไป การกัดเซาะชายฝั่งถือเป็นปัญหาที่รุนแรงและเกิดขึ้นแล้วเป็นระยะเวลานาน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาดังกล่าวเป็นจำนวนมากทั้งประชาชน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของทั้งภาครัฐและภาคประชาชน เกิดความเสียหายต่อแหล่งท่องเที่ยว ที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน และความสมบูรณ์ทางนิเวศวิทยา ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศอย่างมหาศาล ในปัจจุบันแนวชายฝั่งทะเลประเทศไทยมีความยาวแนวชายฝั่งประมาณ 3,151 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 23 จังหวัด แบ่งเป็นความยาวแนวชายฝั่งอ่าวไทยระยะทางประมาณ 2,040 กิโลเมตร และความยาวแนวชายฝั่งทะเลอันดามันระยะทางประมาณ 1,111 กิโลเมตร แนวชายฝั่งทะเลที่มีการกัดเซาะชายฝั่ง 726 กิโลเมตร ดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้ว 637 กิโลเมตร ยังไม่มีการแก้ไขปัญหา 89 กิโลเมตร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้เล็งเห็นความสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งพื้นที่ชายฝั่งจึงควรได้รับการประเมินความอ่อนไหวเปราะบางต่อปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่ง โดยในการดำเนินการศึกษาและประเมินความอ่อนไหวเปราะบางของพื้นที่ชายฝั่งต่อการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นการศึกษาในบริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การศึกษาและสำรวจเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่ง การสำรวจสัณฐานชายฝั่งทะเล การสำรวจสิ่งก่อสร้าง /โครงสร้างบริเวณชายฝั่ง โดยข้อมูลทั้งหมดที่เก็บรวบรวมได้นั้น นำมาวิเคราะห์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ดัชนีความอ่อนไหวเปราะบางชายฝั่งทะเล(coastal vulnerability index, CVI) และแสดงผลเป็นแผนที่ความเปราะบางชายฝั่งทะเล
เล่ม
กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง
กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง
กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง
การบริหารจัดการ
17 ม.ค. 2567
ตัวอย่างหนังสือ
