ระหว่างที่กำลังรอผลตรวจน้ำในแม่น้ำแม่กลองและเนื้อเยื่อจากซากปลากระเบนราหู หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในจังหวัดราชบุรีและสมุทรสงคราม มีความเคลื่อนไหว ที่จะหาต้นตอของสารพิษที่ถูกปล่อยลงแม่น้ำแม่กลอง จนทำให้ปลากระเบนราหูตายเป็นจำนวนมาก และแน่นอนว่า โรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ริมแม่น้ำแม่กลองคือเป้าหมาย
วันนี้ เจ้าหน้าที่สำนักอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสงคราม ลงพื้นที่ตรวจน้ำที่ออกจากบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานในพื้นที่ 8 แห่ง ที่มีใบอนุญาตปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แม่กลอง โดยเก็บตัวอย่างน้ำจากปากท่อ ส่งให้ศูนย์วิจัยโรงงานภาคตะวันออก ตรวจวิเคราะห์ นำผลไปเปรียบเทียบกับ โรงงานในจังหวัดราชบุรี และผลตรวจเลือดปลากระเบนราหู และเนื้อเยื่อปลากระชัง เพื่อหาต้นตอที่มาของน้ำแม่กลองเป็นพิษ
จากการตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าขั้นตอนการบำบัดน้ำเสีย เป็นไปตามมาตรฐาน แต่จะต้องรอผลตรวจหาสารอย่างเป็นทางการ ด้านสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสมุทรสงคราม เก็บตัวอย่างปลากระพงขาว และปลากระชัง ริมแม่กลองเพิ่มเติมในหลายจุด เพื่อส่งให้ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตรวจเพิ่มเติมเนื่องจากเคยตรวจ พบสารพิษในตัวปลา ขณะนี้ยังไม่มีมาตรการออกมาควบคุมการจับปลาขาย เนื่องจากยังเป็นช่วงที่ปลายังไม่ได้ขนาด
ในจังหวัดสมุทรสงคราม มีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมด 300 โรง อยู่ใกล้กับแม่น้ำแม่กลอง 28 โรง ในจำนวนนี้เป็นโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยน้ำเสีย ที่ผ่านการบำบัดแล้วลงแม่น้ำแม่กลองได้ 8 โรง
โรงงานอุตสาหกรรมทั้ง 8 แห่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานน้ำปลา ประกอบด้วย
1.บริษัท สหชัย ซีฟู้ด จำกัด ประกอบกิจการ ปรับคุณภาพของเสียรวม มีปริมาณน้ำทิ้ง 400 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน
2.โรงงานอบหอยลายและหอยกระปุก ของนายสุรพงษ์ ธีรไกรศรี มีปริมาณน้ำทิ้ง 5ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน
3.บริษัท สินธุสมุทร จำกัด ประกอบกิจการ ทำน้ำปลา มีปริมาณน้ำทิ้ง 2 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน
4.โรงงานน้ำปลา ของนายวิสิทธิ์ ชัยวัฒน์ มีปริมาณน้ำทิ้ง 0.5 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน
5.โรงงานน้ำปลา ของนายจิรวัฒน์ กิตติโชคพาณิชย์ มีปริมาณน้ำทิ้ง 1 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน
6.ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงน้ำปลาแสงไทย ประกอบกิจการ ทำน้ำปลา มีปริมาณน้ำทิ้ง 2 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน
7.โรงงานน้ำปลา ของนายสุรชัย ลิขิตวัฒนเศรษฐ มีปริมาณน้ำทิ้ง 2 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน
8.ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงานน้ำปลาแสงไทย ตราพระ ทำน้ำปลา มีปริมาณน้ำทิ้ง 3ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน
รวมทั้ง 8 โรงงาน มีปริมาณน้ำทิ้งรวมกัน 415.5 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน
ส่วนการตรวจวัดคุณภาพน้ำแม่น้ำแม่กลองวันที่ 11 ตุลาคม ค่าออกซิเจนละลายในน้ำ หรือ ค่า Do บริเวณเขตอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ค่า Do อยู่ที่ 1.68 มิลลิกรัมต่อลิตร ลดลงจากเมื่อวาน ที่อำเภออัมพวา ค่า Do อยู่ที่ 2.54 มิลลิกรัมต่อลิตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานและที่อำเภอบางคนที ค่า Do อยู่ที่ 2.76 มิลลิกรัมต่อลิตรเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน
ข้อมูลการปล่อยน้ำทิ้งจากโรงงานโดยตรงลงสู่แม่น้ำแม่ กลอง ของจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งนายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม บอกว่า เบื้องต้นสามารถตรวจสอบได้เฉพาะในเขตจังหวัดของตัวเองเท่านั้น ทั้งที่ควรมีข้อมูลของจังหวัดราชบุรีด้วย ทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ภาพรวมได้ เพราะจังหวัดสมุทรสงครามเป็นจังหวัดปลายน้ำ เบื้องต้นได้ประสานขอข้อมูลไปทางจังหวัดราชบุรีแล้ว
ด้านจังหวัดราชบุรี หลังโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ตกเป็นเป้าว่าอาจเกี่ยวข้องกับการตายหมู่ของกระเบนรา หูน้ำจืดในครั้งนี้ และมีคลิปภาพการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานแห่งหนึ่งออกมา ด้านอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรีออกยืนยันว่าไม่มีการปล่อยน้ำเสียออกจากโรงงานริมแม่น้ำแม่กลองอย่างแน่นอน ขณะสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 8 เชื่อว่าน้ำในแม่น้ำแม่กลองที่ปนเปื้อนไม่ได้เป็น เพราะการปล่อยน้ำเสียจากโรงงาน
น้ำสีดำที่ถูกปล่อยออกมาลงสู่แม่น้ำกลอง จากโรงงานเอทานอลแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ถูกอ้างว่าเกิดจากบ่อกักน้ำกากส่ารั่ว ซึ่งทางอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี ระบุว่าเป็นอุบัติเหตุเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าโรงงานทั้งหมดริมแม่น้ำแม่กลอง ไม่ปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำแน่นอน ส่วนโรงงานที่ต่อท่อปล่อยน้ำลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ก็เป็นน้ำระบายที่ผ่านการบำบัด และได้รับอนุญาตจากทางอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรีแล้ว
ทีมข่าวพีพีทีวีสอบถามกับฝ่ายโรงงาน อุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี เพื่อสอบถามข้อมูลรายชื่อโรงงานริมแม่น้ำแม่กลองทั้ง หมดของจังหวัดราชบุรี แต่พบว่าไม่มีฐานข้อมูลที่จัดกลุ่มโรงงานไว้ รวมทั้งรายชื่อโรงงานที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ระบายน้ำลงแหล่งน้ำ ก็ไม่สามารถระบุรวมกลุ่มได้
ขณะที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 8 ที่กำกับดูแลจังหวัดตามลำน้ำแม่กลองทั้งหมด ยืนยันว่า รายงานการตรวจวัดค่า DO หรือ ออกซิเจนละลายน้ำ ที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ถือว่าย่ำแย่ แต่ไม่ถึงขั้นวิกฤต นายสมศักดิ์ พลายมาต ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 8 ชี้แจงว่าค่า DO ที่ลดต่ำนั้นเกิดจากหลายปัจจัยทั้งสภาพอากาศ น้ำเค็ม อุณหภูมิ และยืนยันไม่ใช่การปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอย่างเดียว แต่น้ำเสียส่วนใหญ่ถูกปล่อยโดยตรงมาจากภาคชุมชน ที่มีมากถึงร้อยละ 70 ส่วนการบำบัดน้ำในแม่น้ำแม่กลองสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 8 บอกว่า ต้องควบคุมการปล่อยน้ำทิ้ง ทั้งโรงงาน ปศุสัตว์ เกษตรกรรม และชุมชน ที่ต้องผ่านการบำบัดก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ หรือถ้าหากสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤตก็ต้องปล่อยน้ำเหนือเขื่อนเพื่อผลักดันน้ำในแม่น้ำแม่กลองออกสู่ปากอ่าว
ขอบคุณข้อมูลภาพ – ข่าว จากเว็บไซต์ PPTV HD36