กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

มองผ่านเลนส์: ขยะใต้ทะเล ผลกระทบจากเมืองสู่ทะเล

  • 22 ก.พ. 2560
  • 1,287
มองผ่านเลนส์: ขยะใต้ทะเล ผลกระทบจากเมืองสู่ทะเล

 

          ขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เราทิ้ง ไม่ได้หายไปไหน ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ชี้ว่า ปี 2558 ประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกและโฟมมากถึง 2.7 ล้านตัน หรือเฉลี่ย 7,000 ตันต่อวัน แบ่งเป็นขยะพลาสติกร้อยละ 80 หรือ 5,300 ตันต่อวัน หรือประมาณ 2 ล้านตัน โดยทั่วโลกมีปริมาณขยะพลาสติกหลายล้านตันเล็ดลอดลงไป สู่ท้องทะเลในทุก ๆ ปี ซึ่งที่เราเห็นเป็นแพขยะจำนวนมหาศาลในมหาสมุทรหลายแห่งทั่วโลกนั้นถือเป็นเพียงร้อยละ 5 ของขยะในทะเล ส่วนที่เหลือนั้นจมอยู่ใต้ท้องมหาสมุทร แล้วขยะใต้ทะเลของประเทศไทยล่ะ?
          ภาพใต้ทะเลชุดนี้เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ จากบริเวณหาดกะตะ กะรน และบริเวณป่าโกงกางของกะตะ ซึ่งขยายให้เราเห็นถึงผลกระทบจากขยะต่อทะเล ที่เราไม่เคยเห็นเพียงเพราะมีผืนน้ำปกปิดไว้ โดยคุณ ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพใต้น้ำนักอนุรักษ์ ได้บันทึกภาพเหล่านี้ไว้ ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมของมนุษย์อันเป็นผลมาจากการบริ โภคนิยมได้เป็นอย่างดี
          ‘ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ต่าง ๆ หายไป แนวปะการังที่สมบูรณ์ก็เริ่มหายไป ระบบนิเวศทางทะเลเป็นอะไรที่ฟื้นฟูยาก ผมเห็นขยะในทะเลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอด ที่บริเวณหาดกะรน มีแอ่งน้ำที่พัดพาขยะมารวมกันเยอะ ถึงจะมีกลุ่มนักดำน้ำมาคอยเก็บขยะอยู่บ่อยครั้ง แต่ไปทีไรก็ยังมีเยอะ’ ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย กล่าวถึงประสบการณ์ที่ไปถ่ายภาพขยะใต้น้ำมาซูม
          ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย มีประสบการณ์การดำน้ำมา 11 ปี การทำงานด้านการถ่ายรูปเพื่อการอนุรักษ์ของเขาได้รับ แรงบันดาลใจมาจาก Thomas P. Peschak ช่างภาพของ National Geographic ซึ่งมีความเชื่อตรงกันกับคุณศิรชัย คือ ภาพถ่ายสามารถถ่ายทอดข้อความได้กว้างกว่างานวิจัยซึ่งเข้าถึงได้ยาก จึงผันชีวิตจากนักวิทยาศาสตร์มาถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน รูปภาพแทน
          ‘ใต้ทะเลบริเวณแหลมไทร หาดกะรน จังหวัดภูเก็ต พบขยะทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกที่ปิดรอบขวดน้ำซึ่งมีเยอะมาก แว่นกันแดด ถุงพลาสติก แว่นตากันน้ำ รวมถึงยังเจอสัตว์ที่เอาขวดมาอาศัยเป็นที่หลบภัย ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี แต่กลับสะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์สร้างผลกระทบให้กับสัตว์มากขนาดไหน และสิ่งนั้นกำลังส่งผลไปยังพื้นที่ที่เรามองไม่’ ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย กล่าว
          ใต้ทะเลบริเวณแหลมไทร หาดกะรน จังหวัดภูเก็ต และอยู่ใกล้กับแนวปะการังและโขดหิน เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย หากิน และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์ทะเลหลายชนิด อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย ขณะนี้ขยะเกลื่อนท้องทะเล จากสายตาของนักดำน้ำ คุณศิรชัย เคยพบเห็นเต่ากระและวาฬที่ลอยขึ้นมาตาย และเมื่อผ่าเพื่อตรวจสอบก็พบเจอขยะในท้อง สัตว์ที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ คือเหยื่อจากขยะพลาสติกที่เรากำลังใช้อยู่

          คุณศิรชัยกล่าวเสริมว่า ‘เราจะต้องเป็นตัวอย่างให้คนรอบข้างได้เห็นว่าสามา รถทำได้จริง ตระหนักว่าตัวเราสามารถสร้างผลกระทบได้มากแค่ไหน ไม่ใช่แค่การเก็บขยะ แต่เป็นพฤติกรรมการใช้ ทุกคนมีบทบาท คนหนึ่งคนเมื่อเราทำอะไรไป คนรอบข้างก็จะกระจายต่อไป ถ้าเราไปร้านสะดวกซื้อ ไม่เอาถุงพลาสติก แต่เอาถุงผ้าไป ก็จะสร้างความตระหนักให้เพื่อน ๆ ได้ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าควรทำอะไรแค่เมื่อไหร่จะเริ่มเท่านั้นเอง อาจสะดวกสบายน้อยลง แต่ถ้าไม่เริ่มลงมือก็ไม่เกิดขึ้น แค่บอกว่าไม่เอาถุงครับ แค่สามคำ พูดได้ไม่ยาก ไม่หยาบคาย เป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้’
          ‘หวังว่ารูปที่ถ่ายจะสามารถสร้างอิมแพคได้มากพอ คงไม่สามารถเปลี่ยนสังคมได้ในรูปเดียว แต่หวังว่าแค่มีบางคนเห็นแล้วอยากเปลี่ยนพฤติกรรมก็พอแล้ว และทำเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นได้เห็น’ ช่างภาพใต้น้ำกล่าวทิ้งท้าย
          กรีนพีซรณรงค์ให้ผู้บริโภคลดใช้พลาสติกแบบครั้งเดียว ทิ้งตั้งแต่ต้นทางเพื่อลดปัญหาขยะพลาสติกในท้องทะเลที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในทะเล ร่วมชมภาพผลกระทบจากขยะในมหาสมุทรได้ที่งาน ‘HEART for the Ocean : บอกรักทะเล บอกเลิกพลาสติก’ ภายในงานยังจัดแสดงผลงานภาพถ่ายของคุณศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย และคุณจันทร์กลาง กันทอง รวมถึงนิทรรศการศิลปะจากขยะพลาสติกที่สะท้อนถึงปัญหา พลาสติกในท้องทะเลไทยของเรา

ที่มา  GREENPEACE

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง