กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

ศูนย์วิจัยฯ ตอนกลาง ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำเบียดแนวชายหาดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

  • 17 ต.ค. 2560
  • 1,286
ศูนย์วิจัยฯ ตอนกลาง ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำเบียดแนวชายหาดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

          เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (ศวทก.) ได้รับแจ้งจากสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (จ.ประจวบคีรีขันธ์) ว่าพบเหตุการณ์น้ำเบียดตลอดแนวชายหาดหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งผลให้ปลาทะเล จำนวนหลายตันลอยเหนือผิวน้ำ ซึ่งเมื่อชาวบ้านทราบข่าวแห่มาจับปลาจนแน่นหาดหัวหิน จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว

          จากการตรวจสอบพบปลาทะเลหลากหลายชนิดลอยตัวขึ้นเหนือน้ำ บริเวณชายหาดหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่บริเวณหน้าหาดอาคารนาวีภิรมณ์ข้างสะพานปลาหัวหิน ไปจนชายหาดวัดเขาตะเกียบ ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากที่ทราบข่าวต่างนำอุปกรณ์ เครื่องมือทางการประมง ลงทะเลไปจับปลา และสัตว์น้ำ จำพวกปลา กุ้ง และปู ได้เป็นจำนวนมาก ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ เช่น ปลากระเบน ปลาแป้น ปลากด ปลากระบอก และปลาไหล เป็นต้น

          โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทางทะเลบริเวณปากแม่น้ำ ที่เรียกว่า น้ำเบียด น้ำกัน ซึ่งเป็นภาษาชาวประมงที่ใช้เรียกปรากฏการณ์ของมวลน้ำที่มีความเค็ม หรือคุณภาพน้ำต่างกันไหลเข้ามาชนและเบียดกันไว้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจาก ฝนที่ตกหนักในพื้นที่อำเภอหัวหินในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา จึงมีปริมาณน้ำจืดปริมาณมาก ไหลลงทะเลอย่างรวดเร็ว สัตว์ทะเลจะปรับตัวไม่ทัน เกิดอาการน็อคน้ำ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ จึงลอยตัวเหนือผิวน้ำ และว่ายเข้าฝั่งเป็นจำนวนมาก

          ทั้งนี้ ผลกระทบของเหตุการณ์ดังกล่าวที่มีต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิต จากการผสมกันของชั้นน้ำบริเวณปากแม่น้ำในช่วงน้ำหลากมากนั้นเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป การแบ่งชั้นของน้ำจึงคงอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง มวลน้ำชั้นล่างซึ่งไม่ได้รับแสงแดด ทำให้แพลงก์ตอนพืชไม่สามารถสังเคราะห์แสงเพื่อเติมออกซิเจนให้กับน้ำได้ โดยเมื่อออกซิเจนถูกใช้ในกระบวนการหายใจของสัตว์น้ำมากขึ้น ออกซิเจนในน้ำจะยิ่งลดลงจนเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำหน้าดินโดยเฉพาะที่อาศัยใกล้ชายฝั่งได้ อาจทำให้สัตว์น้้าที่หนีไม่ทันตายได้โดยปลาส่วนใหญ่ที่ตายมักเป็นปลาในแนวน้ำตื้น หรือปลาหน้าดินบางกลุ่ม เช่น ปลากระเบน ปลาดุกทะเล ปลาจวด ปลาลิ้นหมา กุ้ง และปลาเล็กปลาน้อย ซึ่งคาดว่าปรากฏการณ์น้ำเบียดนี้จะมีต่อเนื่องประมาณ 2-3 วัน จึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยสัตว์น้ำที่ตายเพราะขาดออกซิเจนจากปรากฏการณ์น้ำเบียดนี้ สามารถนำมาบริโภคได้ตามปกติ

          การเกิดปรากฏการณ์น้ำเบียดดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติจากการที่มีปริมาณน้ำจืดจำนวนมากไหลลงทะเล โดยในรอบปีที่ผ่านมาในพื้นที่อ่าวไทยได้เกิดปรากฏการณ์น้ำเบียดขึ้นแล้วจำนวน 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เกิดขึ้นบริเวณสวนหลวงราชินี ถึงสะพานปลาหัวหิน หาดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ส่วนครั้งที่ 2 เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งทะเลค่ายพระราม 6 ต.ห้วยทรายเหนือ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2560 และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยที่ผ่านมา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้มีการเผยแพร่ให้ความรู้ถึงการเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวผ่านทางสื่อต่างๆ เช่น วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีความเข้าใจที่ถูกต้อง และไม่ตื่นตระหนก อย่างไรก็ตาม หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหาดที่มีกิจกรรมท่องเที่ยวหนาแน่น ควรเตือนนักท่องเที่ยวให้ใช้ความระมัดระวังในการลงเล่นน้ำ เนื่องจากอาจจะโดนกลุ่มปลามีพิษทิ่มแทงตามร่างกายได้

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง